แม่เฒ่า พิการแขนขาลีบหลงทางอ้างลูกสาวลูกเขยใส่ปิกอัพมาทิ้งริมถนน ชาวบ้านช่วยเหลือส่งเจ้าหน้าที่ติดตามหาญาติ
วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 เมื่อเวลา 13.00 น. ร.ต.อ.รังสิมันตุ์ ภูเนตร รอง สวป.สภ.โนนสูง อ.เมืองอุดรธานี ออกตรวจในที่พื้นที่รับผิดชอบ ได้รับแจ้งเหตุ มีคนนำหญิงชราพิการมาทิ้งริมถนนบ้านชัยเจริญ ต.โนนสูง จึงรุดไปตรวจสอบ พบหญิงชรา พิการแขนขวางอ ขาขวาลีบงอ นั่งข้างบ้านเลขที่ 26/1 หมู่ 14 บ้านชัยเจริญ มีอาการอิดโรย ตื่นกลัว หวาดผวาผู้คน และพูดจาสับสน วกไปวนมา ซึ่งมีชาวบ้านนำเอาน้ำ นม ขนม และผลไม้มาให้รับประทานประทังความหิว
หลังจากกินอิ่มแล้ว ตำรวจได้สอบถามหญิงชราเล่าว่า ตนชื่อนางไค ปัญจาลักษณ์ อายุ 78 ปี เป็นชาวบ้านหัน ต.สว่างแดนดิน อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร อาศัยอยู่กับลูกสาวและลูกเขย ซึ่งเวลาลูกเขยเมาเหล้าก็ทุบตี ทำร้ายร่างกายเป็นประจำ ก่อนเกิดเหตุ เช้าวันนี้ลูกสาวกับลูกเขย บอกตนว่าจะพาไปหาญาติที่ต่างจังหวัด พาตนนั่งรถยนต์มา ซึ่งตนไม่รู้ว่าขับมาถึงไหน ต่อมาได้จอดรถ ทั้งคู่บอกให้ตนลงจากรถ แล้วลูกสาวและลูกเขยก็ขับรถไป
นายพรชัย พาพินิจ อายุ 47 ปี ชาวบ้านเล่าว่า พบนางไคเดินอยู่ถนนมิตรภาพ (ขอนแก่น-อุดรธานี ) ขาเข้าเมืองอุดรธานี เดินมาเรื่อยๆ ในสภาพอิดโรย เหมือนไม่ได้กินข้าวมาหลายวัน ก่อนจะเดินเข้ามาในหมู่บ้าน และไปหลบใต้ต้นดอกแคหลังบ้านตน ลูกสาวตนออกมาเห็นจึงได้นำมานั่งข้างบ้านเพื่อหลบแดด และสอบถามว่าเป็นใครมาจากไหน ซึ่งนางไคพูดจาวกวน จับใจความได้ว่าลูกเขยทำร้าย ลูกสาวและลูกเขยนำมาทิ้งข้างทาง พวกตนสงสารจึงนำน้ำ นม ขนม และผลไม้มาให้กิน แล้วแจ้งตำรวจ ให้นำไปส่งที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.อุดรธานี เพื่อให้นางไคสบายใจ และให้เจ้าหน้าที่ตรวจหาบ้านและญาติอยู่ที่ใด เพื่อจะได้สอบถามหาสาเหตุที่นางไคเดินหลงมาที่ จ.อุดรธานี
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้สอบถามไปที่สถานตำรวจภูธรสว่างแดนดิน จ.สกลนคร ซึ่งตำรวจในพื้นที่ได้ประสานไปยังผู้ใหญ่บ้านบ้านหัน ต.สว่างแดนดิน แจ้งกลับมาว่านางไค เคยอยู่บ้านหันจริง แต่นางไคได้ขายบ้านและไปอยู่กับลูกสาวที่ จ.อุดรธานี แต่ไม่ทราบว่าอยู่ที่ใด จึงได้ส่งตัวไปที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง อุดรธานี เพื่อรอให้ญาติมาติดต่อขอรับไปดูแลต่อไป.