เผาแล้ว 4 ศพ ฆ่ายกครัวที่ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี... พ่อวางบนเมรุ ส่วน ภรรยา และลูกสาว 2 คน วางบนกองฟอนภูมิภาค•6 ม.ค. 2563 • 14:47 น.คัดลอกลิงก์ เผาแล้ว 4 ศพ ฆ่ายกครัวที่ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี... พ่อวางบนเมรุ ส่วน ภรรยา และลูกสาว 2 คน วางบนกองฟอน จากกรณี นายไทยสาน ซ่อนชัย อายุ 50 ปี ลูกจ้างประจำศูนย์หม่อนไหมเขต 4 จ.อุดรธานีใช้เชือกไนล่อนสีเขียวผูกคอตัวเองเสียชีวิต และพบศพภายในบ้านอีก 3 ศพ คือ นางวัชราภรณ์ อายุ 50 ปี ภรรยา , น.ส.คชาภรณ์ อายุ 24 ปี ลูกสาวคนโต และ น.ส.ศศิธร อายุ 19 ปี ลูกสาวคนเล็ก เหตุเกิดที่บ้านพัก หมู่ 1 บ้านเชียงหวาง ต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี โดยพบท่อนไม้เปื้อนเลือด ขนาดยาวประมาณ 50 ซม. วางอยู่ที่พื้นห้องใกล้กับ 3 ศพ มีคราบเลือดบนพื้น ใกล้กับ 3 ศพ ยังพบถาดใส่ดอกไม้ธูปเทียน และขวดน้ำ ตั้งอยู่ปลายเท้าทั้ง 3 ศพ เหมือนว่ามีการขอขมาศพ ก่อนที่ผู้เป็นพ่อจะออกไปผูกคอตายที่ใต้ต้นมะม่วงหน้าบ้าน วันนี้ (6 มกราคม 2563) ที่วัดไผ่ทอง บ้านเชียงหวาง ต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี นายณฐพล วิถี นายอำเภอเพ็ญ เดินทางมาร่วมพิธีฌาปนกิจศพ นายไทยสาน นางวัชราภรณ์ น.ส.คชาภรณ์ น.ส.ศศิธร ซึ่งได้นำใส่โลงเย็นวางเรียงกันอยู่ภายในศาลาการเปรียญ โดยมีญาติ ชาวบ้าน และเพื่อนเดินทางมาร่วมงานจำนวนมาก เมื่อถึงเวลา 14.00 น. ญาติได้นำโลงศพ นายไทยสาน ขึ้นไปวางบนเมรุ ส่วนศพ นางวัชราภรณ์ น.ส.คชาภรณ์ และ น.ส.ศศิธร นำมาวางบนกองฟอน เพราะต้องทำพิธีเผานอกเมรุ นางรุ่งการ อายุ 45 ปี น้องสาวนายไทยสาน เปิดเผยว่า ครอบครัวของตนเองพี่น้องรวมกัน 5 คน พี่ชายเป็นลูกคนที่ 3 ซึ่งตนเจอกับพี่ชายครั้งสุดท้ายวันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา วันนั้นเป็นงานรวมญาติ และวันนี้พี่ชายที่มาจากกรุงเทพฯ ถามเขาว่าทำไมดูหน้าเศร้าจัง เขาก็บอกว่าเสียใจที่ลูกสาวที่เพิ่งเรียนจบปริญญาตรีไม่มีงานทำ ลูกสาวคนโตเขาก็เพิ่งจะรับปริญญาเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยลูกสาวเขาก็ไปสมัครงานหลายที่ พอมีคนเรียกไปสัมภาษณ์ พ่อก็ไม่ให้ไปทำ เพราะบอกว่าอยู่ไกลทุรกันดารไม่เหมาะกับลูก สงสารลูกเลยไม่ให้ไปทำ พอมีอีกที่เรียกไปสัมภาษณ์ก็ตรงกับวันที่ลูกสาวเขาซ้อมรับปริญญาก็เลยพลาดอีก ทั้งที่เพิ่งเรียนจบก็สามารถหางานที่อื่นได้อีก แต่พี่เขาคงไม่เข้าใจ ก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นคนอย่างไร เรื่องหนี้สินเขาก็ไม่เคยบ่นอะไรให้ฟัง ไม่ค่อยได้ไปหากัน เพราะต่างคนต่างทำงาน อีกเรื่องของตึกชมพูที่เขาเขียนในจดหมายลา ก็ไม่รู้เรื่องเลย เพิ่งเห็นเมื่อเช้านี้หลังเกิดเหตุ ได้ยินแต่เพื่อนบ้านว่าเขาจะขายที่นา ที่มีคนอื่นที่มาพูดให้ฟังว่า พี่ชายประกาศจะขายนาของเขา 3 ไร่ แล้วก็ไม่รู้ว่าเขาจะขายเท่าไหร่ เราก็คิดแต่ว่าทำไมไม่มาปรึกษาน้อง หนี้สินเขามีเท่าไหร่เราก็ไม่เคยรู้กับเขา รู้จากที่เขาเขียนไว้ว่า 2 ล้าน ตามที่เขาเขียนเท่านั้น และหลังเสร็จงานศพ คิดว่าจะติดต่อไปไถ่ที่ดินคืน ราคาเท่าไหร่ก็จะไปไถ่ออกมา “คนแถวนี้ก็รู้ว่าพี่ชายรักครอบครัวมาก แกจะไปจึงต้องเอาลูกเอาเมียไปด้วย ซึ่งพี่น้องก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมแกถึงทำแบบนี้ ทุกคนก็มีแต่เสียใจ ตกใจ งงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ทำได้อย่างไร แล้วก็ไม่มีลางอะไรล่วงหน้า ไม่เคยเห็นเขาพูดอะไรเลย ส่วนกับหลานทั้ง 2 คน ก็ไม่เคยได้คุยกันเท่าไหร่ และตอนหลานสาวคนโตรับปริญญาก็ไม่ได้คุยอะไรกับหลาน มาร่วมยินดีกับหลานและพี่ชายเท่านั้น ซึ่งก่อนหน้าพี่เขาก็ดูเศร้าๆ มาตลอด” นางรุ่งการ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟัง สำหรับเมื่อฌาปนกิจเสร็จ นายบุญจันทร์ แสนเหมทอง อายุ 76 ปี และนางเก้า แสนเหมทอง อายุ 71 ปี พ่อแม่นางวัชราภรณ์ จะขอแยกอัฐิลูกสาวและหลานสาวไปเก็บไว้ที่บ้านอีก 3 ปี รอญาติพี่น้องมาพร้อมกันจึงจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ โดยบรรยากาศในงานเป็นไปด้วยความโศกเศร้า.