ตำรวจชุดสืบสวนภาค4 รวบหนุ่มร้อยเอ็ดคารถทัวร์ หลังตระเวนลักรถจักรยานยนต์ ส่งขายนายทุน

ภูมิภาค2 ต.ค. 2564 • 16:24 น.
ตำรวจชุดสืบสวนภาค4 รวบหนุ่มร้อยเอ็ดคารถทัวร์  หลังตระเวนลักรถจักรยานยนต์ ส่งขายนายทุน
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 2 ต.ค.2564 พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม ผบก.สส.ภ.4 เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.2 บก.สส.ภ.4 ได้ทำการจับกุม นายธวัชชัย ไชยฮะนิจ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 ม.4 ต.ปาฝา อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดร้อยเอ็ดที่ 288/2564 ลง 29 ก.ย.2564 ในข้อหา“ ลักทรัพย์” ขณะเตรียมการหลบหนีที่สถานีขนส่ง จ.เลย พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม ผบก.สส.ภ.4 กล่าวว่า ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้ว่าเกิดเหตุคนร้ายขโมยรถจักรยานยนต์ ที่ร้าน "Kita tea stand" สาขาปทุมรัตน์ ต.บัวแดง อ.ปทุมรัตน์ จ.ร้อยเอ็ด กำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนร่วม สภ.ปทุมรัตน์ และ กก. 2 บก.สส.ภ.4 ได้สืบสวนข้อมูลจากสถานที่เกิดเหตุ และบริษัทรับจ้างขนส่งเอกชน ซึ่จนทราบว่าคนร้าย คือ นายธวัชชัย ไชยฮะนิจ อายุ 32 ปีจึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน และขอศาลจังหวัดร้อยเอ็ดออกหมายจับ นายธวัชชัย ตามหมายจับที่ 288/2564 ลง 29 ก.ย.2564 ในข้อหา“ ลักทรัพย์” แต่ผู้ต้องหาหลบหนีออกนอกพื้นที่ไปแล้ว "กำลังเจ้าหน้าที่จึงได้ประสานการทำงานร่วมกันกับ บก.สส.ภ.4 ให้ติดตามจับกุมผู้ต้องหารายดังกล่าว ซึ่งเชื่อว่าจะนำรถจักรยานยนต์ส่งขายให้ลูกค้ายังประเทศเพื่อนบ้าน จนกระทั่งแกะรอยคนร้ายหลบหนีเข้ามาในเขต จ.เลย จนกระทั่งสามารถตับกุมตัวได้ที่ สถานีขนส่ง จ.เลย จากการสอบสวนผู้ต้องหารายดังกล่าว รับสารภาพว่า ก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์เพียงคนเดียวมาหลายครั้ง มีการก่อเหตุในหลายพื้นที่ ที่จำได้ขณะนี้มีทั้งหมด 15 คัน โดยจะเลือกรถที่เจ้าของลืมเสียบกุญแจคาไว้ เมื่อเจ้าของเผลอก็จะก่อเหตุขโมยไป จากนั้นจะนำภาพรถจักรยานยนต์ที่ได้ขโมยมาโพสต์ขายทางสื่อสังคมออนไลน์ในราคา 8,000-10,000 บาท จนกระทั่งมีนายทุนจาก จ.แพร่ ได้รับซื้อเอาไว้ ซึ่งจะมีการขนส่งรถจักรยานยนต์ โดยใช้บริการบริษัทรับจ้างขนส่งในพื้นที่ต่างๆ และใช้ชื่อเจ้าของรถตามเอกสารรถที่อยู่ใต้เบาะเป็นผู้ส่ง ซึ่งเมื่อหลังจากนายทุนได้รับรถจักรยานยนต์ไปแล้วก็จะนำไปขายต่อยังประเทศเพื่อนบ้าน ในส่วนของนายทุนรายดังกล่าวนั้น อยู่ระหว่างการขยายผลติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขณะที่ พ.ต.ท.จีระวัฒน์ โพธินา รอง ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.4 กล่าวว่า จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่าผู้ต้องหารายดังกล่าว จะมีพฤติกรรมตระเวนลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ในเขตพื้นที่ภาคอีสาน ส่งให้นายทุนที่ จ.แพร่ เพื่อส่งขายยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยขนผ่านช่องทางธรรมชาติ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน จึงแบ่งกำลังออกสืบสวนในจังหวัดตามแถบชายแดนแม่น้ำโขง จนกระทั่งพบผู้ต้องหาตามหมายจับขณะซื้อตั๋วรถโดยสารสายเลย- กทม.ที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร จ.เลย เพื่อจะเดินทางเข้า กรุงเทพฯ ซึ่งเมื่อผู้ต้องหาซื้อตั๋วและขึ้นรถเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำหมายจับเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาขณะนั่งอยู่ในรถทัวร์ดังกล่าว