บุรีรัมย์อบต.เร่งทำรายงานชี้แจงข้อเท็จจริง ยายบวน รับเงินซ้ำซ้อน ยันยังไม่มีหนังสือทวงถามเบี้ยคนชราคืน

ภูมิภาค27 ม.ค. 2564 • 11:33 น.
บุรีรัมย์อบต.เร่งทำรายงานชี้แจงข้อเท็จจริง ยายบวน รับเงินซ้ำซ้อน ยันยังไม่มีหนังสือทวงถามเบี้ยคนชราคืน
อบต.เจริญสุข จ.บุรีรัมย์ เร่งทำเรื่องชี้แจงข้อเท็จจริงกรณี ยายบวน วัย 89 รับเงินซ้ำซ้อน ส่งรายงานอำเภอ จังหวัด พร้อมยันยังไม่เคยทำหนังสือทวงถามหรือเรียกเงินเบี้ยยังชีพจากยายคืน แค่ไปแจ้งตามขั้นตอนให้ทราบว่ามีหนังสือจากกรมบัญชากลางว่ารับเงินซ้ำซ้อน ส่วนบ้านยางปิดเงียบ ความคืบหน้ากรณีที่นางบวน โล่ห์สุวรรณ อายุ 89 ปี ชาวตำบลเจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาร้องขอความช่วยเหลือ หลังจากที่มีหนังสือมาทวงเงินเบี้ยผู้สูงอายุ ที่จ่ายให้กับนางบวน ผู้เป็นแม่ย้อนหลังเป็นเวลา 10 ปีคืน เป็นเงิน 84,400 บาท พร้อมดอกเบี้ยด้วย เพราะเป็นการจ่ายซ้ำซ้อนเนื่องจากยายบวน ได้รับเงินบำนาญพิเศษกรณีที่เป็นทายาทของ จ.ส.อ.จักราวุทธ โล่ห์สุวรรณ ลูกชาย ซึ่งเป็นทหารสังกัด มทบ.21 นครราชสีมา เดือนละ 5,000 บาท หลังจากลูกชายเสียชีวิตจากเหตุการณ์คลังแสงระเบิดที่โคราช เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2544 และได้รับเงินบำนาญเพิ่มเป็น 10,000 บาท เมื่อกลางปี 2562 ซึ่งก็สร้างความตกใจให้ยายบวน เพราะไม่เคยรู้มาก่อนว่าหากได้รับเงินบำนาญของลูกชายที่เสียชีวิตแล้ว จะไม่มีสิทธิ์รับเบี้ยผู้สูงอายุ และหากเป็นการจ่ายซ้ำซ้อนทำไมถึงปล่อยให้ล่วงเลยมาจนถึง 10 ปี แล้วเพิ่งจะมาทวงถาม ก็ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมาจ่ายคืน จึงอยากวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือ กระทั่งนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้ประสานมาทางนางบวน ว่า จะอาสาจ่ายเงินเบี้ยยังชีพให้กับคุณยายบวน เอง โดยจะจ่ายให้เป็นรายเดือนๆ ละ 7,000 บาทจนครบ 84,400 บาท ล่าสุดวันนี้ (27 ม.ค.64) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านยายบวน โลห์สุวรรณ พบเพียงนางลัดดาวรรณ ลูกสาวแต่ขอไม่ให้ข้อมูลใดๆ บอกเพียงว่า ยายไม่ค่อยสบาย เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงเรื่องที่นายอัจฉริยะ บอกว่าจะอาสารับจ่ายเงินเบี้ยผู้สูงอายุคืนแทนยายนั้น ป้าลัดดาวรรณ ก็บอกเพียงว่า เขาพูดคุยกับทางน้องสาวที่ทำงานอยู่กรุงเทพฯ ตนไม่รู้เรื่องจึงให้คำตอบไม่ได้ แต่ถ้าช่วยเหลือจริงก็ขอบคุณมาก จากนั้นจึงได้เดินทางไปสอบถามที่ทางองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)เจริญสุข ซึ่งนายกฯ และ ผอ.กองสวัสดิการสังคมฯ ที่ดูแลเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวติดภารกิจ จึงได้สอบถามนายภานุรุจ เดชวารี นักพัฒนาชุมชน ก็ให้ข้อมูลเพียงว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังทำเรื่องชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีของคุณยายบวน และหาเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ แบบคำขอขึ้นทะเบียนผู้สูงอายุของยายบวน เพื่อรวบรวมส่งรายงานไปยังทางอำเภอ และจังหวัด ตามที่มีการตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริง จากนั้นก็รอคำสั่งจากทางผู้บังคับบัญชาตามลำดับขั้นว่าจะให้ดำเนินการกรณีดังกล่าวอย่างไร แต่ยืนยันว่า ขณะนี้ทาง อบต.ยังไม่ได้มีหนังสือทวงถามหรือเรียกคืนเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจากยายบวน เลย มีเพียงหนังสือจากกรมบัญชีกลางที่ตอบกลับมาทาง อบต.ว่ายายบวน ได้รับเงินบำนาญพิเศษของลูกชายที่เป็นข้าราชการทหารเสียชีวิตในหน้าที่ แต่ได้เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุซ้ำซ้อนอีก จึงได้ไปแจ้งให้คุณยายบวน ทราบเท่านั้น ยังไม่เคยมีหนังสือไปเรียกเงินเบี้ยผู้สูงอายุจากยายเลย ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ทำตามระเบียบขั้นตอน แต่ยอมรับว่าข่าวที่ออกไปเจ้าหน้าที่ที่ทำงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็รู้สึกเครียดจนไม่อยากจะดูข่าวหรืออ่านคอมเม้นต์ในโซเชียลเลย แต่ก็อยากฝากถึงคนที่บริโภคข่าวได้รอฟังข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายด้วย ส่วนกรณีที่มีข่าวว่านายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานเครือข่ายช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ส่วนตัวซึ่งทำหน้าที่ตรงนี้ ก็ยังไม่ได้รับเรื่องแต่อย่างใด ซึ่งอาจจะมีการติดต่อกับทางครอบครัวคุณยาย หรือทางผู้บริหารของ อบต.หรือไม่อย่างไร ตนเองก็ให้คำตอบไม่ได้ แต่หากมีคนจะช่วยเหลือก็เป็นเรื่องที่ดี