ผกก.สภ.โคกโพธิ์ไชยยันคนเจ็บซึ่งถูกลูกสท.คนดังฟัน เข้าไปเคลียร์วัยรุ่น 2 กลุ่มทะเลาะกัน  

ภูมิภาค28 มี.ค. 2566 • 16:31 น.
ผกก.สภ.โคกโพธิ์ไชยยันคนเจ็บซึ่งถูกลูกสท.คนดังฟัน เข้าไปเคลียร์วัยรุ่น 2 กลุ่มทะเลาะกัน   

ผกก.สภ.โคกโพธิ์ไชย ยืนยัน คนเจ็บซึ่งถูกลูก สท.คนดัง ฟันที่ศรีษะและแขนอาการสาหัสไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์ เป็นตัวกลางเข้าไปเคลียร์ปัญหาวิวาทของวัยรุ่น 2 กลุ่มทะเลาะกัน พร้อมกำชับ พงส.ฯเร่งรวบรวมพยานหลักฐานแจ้งข้อหาผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ยืนยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายว่ากันตามพยานหลักฐาน

วันที่  28 มี.ค. 2566 เวลา 10.00 น.ที่สภ.โคกโพธิ์ไชย จ.ขอนแก่น พ.ต.อ.นำชัย ศรีเวียง ผกก.สภ.โคกโพธิ์ไชย จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า  ขณะนี้ความคืบหน้าทางคดี กรณีที่นายศุภวิทญ์ ศรีสุนา อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51 ม.9 ต.โพธิ์ไชย  จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กู้ชีพ ประจำหน่วยงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลโพธิ์ไชย ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนในหมู่บ้านโนนกระยอม หมู่ 3 ต.โพธิ์ไชย อ.โคกโพธิ์ไชย จ.ขอนแก่น เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น.วันที่ 24มี.ค.2566 ที่ผ่านมา ซึ่งญาติได้ร้องเรียนกับสื่อมวลชน ให้ช่วยตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะเกรงไม่ได้รับความเป็นธรรมเนื่องจาก มือมีดเป็นลูก สท.ในพื้นที่ โดยประกาศกร้าวว่าตัวเองชื่อฟาร์ม เป็นลูกชายของสมาชิกสภาเทศบาลตำบลแห่งหนึ่ง ในอำเภอโคกโพธิ์ไชย จ.ขอนแก่น



จากกรณีดังกล่าวนั้น ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังญาติคนเจ็บเจ้าแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ทำการสืบสวนและติดตามกลุ่มคนก่อเหตุ  รวมถึงสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ และนายฟาร์มก็มาพบพนักงานสอบสวนและให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจากการสอบสวนทราบว่า คนเจ็บไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคู่อริทั้งสองฝ่าย แต่คนเจ็บ รู้จักกับทั้งสองฝ่าย  โดยในวันเกิดเหตุนั้น มีงานบวชในหมู่บ้าน มีมหรสพ  และคู่อริทั้งสองฝ่าย ซึ่งก็คือฝ่ายลูกสท.และอีกฝ่าย ขี่รถจักรยานยนต์มาเจอกัน จึงเกิดทำร้ายร่างกายกัน เมื่อคนเจ็บเห็นเหตุการณ์จึงเข้าไปห้ามปราม ปรากฏกว่าถูกฟันด้วยมีด จนบาดเจ็บ แล้วคู่อริทั้งสองฝ่ายก็หนีออกจากที่เกิดเหตุ ชาวบ้าน ญาติพี่น้องจึงนำคนเจ็บส่งที่รพ.โคกโพธิ์ไชย และส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.ขอนแก่น ขณะนี้ยังคงพักรักษาในรพ.ซึ่งมีอาการปลอดภัยแล้ว

ด้าน พ.ต.อ.นำชัย กล่าวต่ออีกว่า ผู้ก่อเหตุได้มาพบพนักงานสอบสวน และให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ขณะเดียวกันพนักงานสอบสวนก็สอบปากคำคนเจ็บแล้ว  รวมถึงสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องกดับเหตุการณ์ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองฝ่ายมีประมาณ 5-6 คน สรุปว่า เหตุการณ์ในคืนดังกล่าว นายฟาร์มกับคู่อริมาเจอกันจึงมีเรื่องทะเลาะกัน เมื่อคนเจ็บเห็นเหตุการณ์จึงเข้าห้ามปรามและถูกทำร้าย  ซึ่งในขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อออกหมายเรียก เรียกคู่อริทั้งสองฝ่ายมาสอบสวนเพิ่มเติมและรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งภายหลังสอบสวนเสร็จสิ้นทุกคนจะถูกแจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่น  แต่หากคนเจ็บมีอาการสาหัส รักษาตัวหลายวัน หรือมีประเด็นอื่นมาเกี่ยวข้อง ก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม

" คดีดังกล่าวไม่มีอะไรซับซ้อน คนก่อเหตุ จะเป็นลูกข้าราชการหรือลูก สท.ก็อยู่เหนือกฎหมายไม่ได้ ผิด ถูก ว่ากันตามกฎหมาย และถ้าทำผิดก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่มีมวยล้มต้มคนดู ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ขอยืนยันว่า ตำรวจทำการสอบสวน เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย"

ขณะที่ พ.อ.อ.สายัน แก้วมูลมุข นักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลโพธิ์ไชย กล่าวว่า  ในฐานะหัวหน้าของผู้บาดเจ็บทราบข้อมูลว่าคนที่ใช้มีดฟันชื่อฟาร์ม เป็นลูก สท.สัน โดยข้อมูลดังกล่าวทราบจากตัวคนเจ็บเองหลังจากเดินทางไปดูอาการที่ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลโคกโพธิ์ไชย ก่อนจะส่งต่อไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลขอนแก่นเนื่องจากบาดแผลเข้าลึกที่แขนเพื่อทำการผ่าตัดแผลรักษาตามขั้นตอนของแพทย์ และเมื่อไปถึงก็ได้พบกับ สท.สันติ พร้อมกับลูกชาย โดยเจตนาเพื่อจะสอบถามว่าข้อเท็จจริงเหตุการณ์เป็นอย่างไร ลูกชายของ สท.สันใช้มีดฟันลูกน้องตนเองจริงหรือไม่ จะได้หาทางออกร่วมกัน เพราะก็รู้จักกันให้เกียรติซึ่งกันและกัน แต่ทาง สท.ได้พูดว่าตนเองพาลูกน้องมาบุกรุกบ้าน จึงตัดสินใจเลี่ยงที่จะปะทะคารมณ์ จึงยกมือไหว้และบอกว่างั้นไม่เป็นไรถ้าทาง สท.สันพูดแบบนี้ จึงขอตัวกลับพร้อมกับยกมือไหว้ แล้วกลับไปทันทีโดยไม่ได้พูดอะไรอีก กระทั่งทราบข่าวจากทางสื่อต่างๆว่าโดนกล่าวหาว่าไปบุกรุก



ในส่วนประเด็นการแต่งกายที่ดูปกปิดมิดชิด และ ใช้รถของทางราชการ มาที่บ้าน สท.สันนั้น ในประเด็นนี้เป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากกรณีที่เกิดเหตุ โดยทางงานป้องกันได้รับการประสานช่วยเหลือคนเจ็บโดนมีดฟันซึ่งขณะนั้นยังไม่ทราบว่าเป็นลูกน้องในสังกัดตัวเอง เมื่อไปถึงพบว่าคนเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลแล้วจึงตามไปดูก็พบว่าเป็นลูกน้องที่ทำงาน จึงได้สอบถามข้อมูลและออกติดตามไปที่บ้าน สท.สัน ทันทีเพื่อจะสอบถามข้อเท็จจริจากเจ้าตัวว่าเป็นเรื่องจริงตามที่ลูกน้องตนเองพูดหรือไม่ และเจตนาจริงๆก็เพื่อจะได้พูดคุยหากทำจริง ผูกข้อต่อแขนตามวิถีพื้นบ้านของคนที่นี่เพราะว่าทุกคนก็รู้จัก สท.สัน และสท.ก็รู้จักพวกตนเองทุกคน และในวันนั้น ตนเองไม่ได้ปิดหน้าแต่อย่างใด จึงไม่อยากต่อความให้ยืดยาวก็ยกมือไหว้แล้วกลับทันที