นทท.ชาวมาเลย์ เหตุเรือล่มอาการดีขึ้น รับทำใจไม่ได้ ทีสูญเสียลูก-ภรรยา
นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเหตุเรือล่มอาการดีขึ้น แต่ยังทำใจไม่ได้ ที่ต้องสูญเสียลูกและภรรยาพร้อมกัน เตรียมเดินทางไปที่เกิดเหตุ หลังแพทย์อนุญาตให้ออกจากรพ. เพื่อทำพิธีเชิญวิญญาณเมีย ลูก กลับบ้าน ทางจังหวัดกระบี่รุดให้กำลังใจ
วันที่ 27 ม.ค.66 นายอนุวรรตน์ โหมดพริ้ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้รับมอบหมายจาก นายภาสกร บุญญลักษม์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นำช่อดอกไม้เข้าเยี่ยมอาการของ นาย GAN KAH SENG อายุ 38 ปี ที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย คนเดียว ที่รอดชีวิตจากเหตุเรือหางยาวนำเที่ยวล่มบริเวณแหลมหางนาค ม.2 ต.หนองทะเล อ.เมืองกระบี่ จากคลื่นลมแรง ส่งผลให้ลูกสาววัย 5 ขวบ และภรรยา ท้อง 4 เดือน เสียชีวิตเหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 ที่ผ่านมา
เบื้องต้นนักท่องเที่ยวรายดังกล่าวได้มีอาการดีขึ้น แต่ก็ยังทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียลูกและภรรยาไปพร้อมๆกัน สำหรับทางจังหวัดกระบี่ วันนี้ทางรองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ยังได้สอบถามถึงความต้องการว่าจะให้ทางจังหวัดช่วยเหลืออะไรบ้างในเบื้องต้นนักท่องเที่ยวรายนี้มีความประสงค์ จะลงเรือไปทำพิธีเชิญดวงวิญญาณของภรรยาและลูกกลับประเทศ ในจุดเกิดเหตุเรือล่ม พร้อมกันนี้ยังขอให้ทางจังหวัดช่วยส่งรถที่ขับมากลับให้ด้วย เนื่องจากกุญแจ ได้สูญหายไปในตอนที่เรือล่ม เบื้องต้นทางจังหวัด ได้รับจัดการเรื่องให้ตามที่ได้ขอ
นายอนุวรรตน์ เปิดเผยภายหลังการเข้าเยี่ยมนทท. รายดังกล่าวว่า ตามที่ เกิดเหตุเรือล่ม บริเวณแหลมหางนาค ต.หนองทะเล จนทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวกระบี่เสียชีวิต และบาดเจ็บ ทางผู้ว่าราชการจังหวัดมีความเป็นห่วงและห่วงใยแก่ผู้ที่สูญเสียจึงได้มอบหมายให้ต้นมาเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมทั้งดูแลเยียวยาทั้งค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล และอื่นๆ ตามที่ผู้เสียหายร้องขอภายใต้ข้อกฎหมายที่อนุญาติให้กระทำได้
และจากการที่ได้มีการพูดคุยกับผู้เสียหาย สิ่งแรกที่เขาอยากทำหลังจากที่ทางโรงพยาบาลอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล ก็จะขอเดินทางไปจุดเกิดเหตุเพื่อทำพิธีทางศาสนาเชิญดวงวิญญาณลูกและภรรยากลับไปยังบ้านเกิด โดยให้ทางจังหวัดพาเขากลับไป ในส่วนของการดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิดได้แก่นายท้ายเรืออยู่ระหว่างพนักงานสอบสวนรวบรวมสำนวนแจ้งความดำเนินคดีอยู่
ส่วนสาเหตุที่ทำให้ นทท.เสียชีวิตจากเหตุเกิดเรือล่ม ทราบว่าเสื้อชูชีพมีไม่เพียงพอกับจำนวนคนทั้งที่ก่อนหน้านี้ทางจังหวัดกระบี่ได้มีการเข้มงวดกวดขันมาอย่างต่อเนื่องซึ่งในเรื่องนี้ทางจังหวัดกระบี่ให้ความสำคัญและจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้ประกอบการรายอื่นๆ เพราะทราบจากชาวประมงพื้นบ้านที่ได้เข้าไปช่วยเหลือเป็นคนแรก พบว่าเสื้อชูชีพมีอยู่แค่ตัวเดียว ที่นายท้ายเรือสวมอยู่ ส่วนนักท่องเที่ยวทั้ง 3 คน ไม่ได้สวมเสื้อชูชีพเลย ลอยคออยู่ได้ก็อาศัยเกาะหลังนายท้าย หรือคนขัยเรือเท่านั้น ถ้าหากว่าทุกคนได้สวมเสื้อชูชีพ เหตุ เหตุการณ์ที่เศร้าสลดก็จะไม่เกิดขึ้นอย่างนี้