สอบเครียด "น้องมายด์" สาวประเภทสองฆ่าแฟนหนุ่ม จ่อเพิ่มโทษซ่อนเร้นอำพรางศพ

ภูมิภาค12 มิ.ย. 2563 • 17:19 น.
สอบเครียด "น้องมายด์" สาวประเภทสองฆ่าแฟนหนุ่ม จ่อเพิ่มโทษซ่อนเร้นอำพรางศพ
ตำรวจขอนแก่นสอบเครียด "น้องมายด์" สาวประเภทสองฆ่าแฟนหนุ่ม จ่อเพิ่มโทษซ่อนเร้นอำพรางศพ ขณะที่ญาติเข้าเยี่ยมให้กำลังใจ พบ่วามีอาการเครียด ร้องไห้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตำรวจต้องจับตาดูเข้ม พร้อมประสานเรือนจำกลางขอนแก่น หวั่นฆ่าตัวตาย เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 12 มิ.ย. 63 ที่ สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า จากการสอบสวนนายธันพิชา รอดหนองเข็ง หรือมายด์ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ก่อเหตุใช้มีดแทง นายมานพ อำท้าว อายุ 27 ปี ชาว อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ซึ่งคบหาเป็นแฟนหนุ่มจนเสียชีวิต ภายในห้องเช่าไม่มีเลขที่ในเขต บ้านโนนทัน เทศบาลนครขอนแก่น เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 พ.ค.2563 ที่ผ่านมา โดยจากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุจริงเนื่องจากหึงหวง และมีปากเสียงทำร้ายร่างกายกันทั้งสองฝ่าย " ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ 2 จุด คือจุดที่เกิดเหตุ และจุดที่นำถุงใส่เสื้อผ้าผู้ตายและผ้าที่ทำแผลไปทิ้งริมถนนเลี่ยงเมือง แต่ผู้ต้องหาเมื่อไปถึงบ้านเช่าที่ก่อเหตุเกิดร้องไห้ขอไม่เข้าไปเพราะยังทำใจไม่ได้จึงให้ชี้จากรถตู้ไปยังจุดก่อเหตุก่อนจะไปยังอีกจุดและสอบปากคำเพิ่มเติมที่โรงพัก และหลังจากสอบปากคำเพิ่มเติมผู้ต้องหายอมรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา โดยได้เปลี่ยนข้อหาจากทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายเป็นฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พร้อมทั้งทำการสอบสวนเพิ่มเติมว่าเข้าข้อหาซ่อนเร้นอำพรางศพด้วยหรือไม่" พ.ต.อ.ปรีชา กล่าวต่ออีกว่า ผู้ต้องหาให้การอ้างว่าเนื่องจากไม่อยากให้คนมาเห็นในสภาพศพที่เลือดอาบ เพราะความรักความผูกพันที่มีต่อผู้ตาย จึงทำแผลให้ผู้ตายก่อนจะนำผ้าที่ทำแผลและเสื้อผ้าของผู้ตายที่เปื้อนเลือดใส่ถุงดำไปโยนทิ้งข้างทางแล้วหลบหนีไปแบบไม่มีจุดหมาย เพราะทำอะไรไม่ถูก ซึ่งคำให้การผู้ต้องหาที่อ้างว่ามีปากเสียงเรื่องที่ผู้ตายขอเลิกและพยายามตีตัวออกห่าง ทั้งโทรศัพท์ คุยข้อความแชทในมือถือต่อหน้าต่อตาผู้ต้องหา ทำให้มีปากเสียงกันหลายครั้ง จนกระทั่งครั้งสุดท้ายคือครั้งที่ 4 ผู้ต้องหาได้โทรหาเพื่อนๆ โทรหาแม่ว่าอยากตาย ขอลาตาย ก่อนที่ผู้ตายมาชวนทะเลาะอีกครั้งพร้อมกับเข้ามาบีบคออยู่บนเตียงนอน จนรู้สึกจะขาดอากาศหายใจจนปัสสาวะราดที่นอน ผู้ต้องหาจึงคว้าเอามีดปลายแหลมที่ผู้ตายทิ้งไว้บนเตียงนอนมาแทงตอบโต้เข้าไปที่หน้าอกแต่จำไม่ได้ว่ากี่ครั้ง จนผู้ตายล่าถอยและฟุบลงแน่นิ่งไป ด้วยความรักที่ผู้ต้องหามีให้ผู้ตายอย่างมาก จึงได้หาสำลีมาทำแผลเช็ดเลือดจนสะอาดทั้งตัว พร้อมทั้งอุดบาดแผลไว้ไม่ให้เลือดไหล แล้วเอาเสื้อผ้าและสำลีเปื้อนเลือดใส่ถุงขยะดำไปทิ้งที่ทางเลี่ยงเมือง ก่อนจะหลบหนีด้วยรถไฟ โดยใช้ชื่อปลอมว่า น.ส. กนกพันธุ์ มุกดานา และเลขบัตรประจำตัวประชาชนปลอม ซื้อตั๋วรถไฟในการเดินทางขึ้นเหนือและเข้ากทม. จนมาถูกตำรวจจับกุมได้ในที่สุด" "ตลอดทั้งคืนจนถึงขณะนี้ผู้ต้องหาเองมีความเครียดที่สะสมมาอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อช่วงที่สอบปากคำเมื่อคืนที่ผ่านมา ได้เจอพ่อแม่ และญาติก็มีความผ่อนคลายลงบ้าง ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำไป ผู้ต้องหาก็ให้การทั้งน้ำตาตลอดทั้งคืน จนกระทั่งถึงเช้า โดยทางตำรวจเองได้มีการเฝ้าเป็นพิเศษตลอดคืนที่ผ่านมา เนื่องจากเกรงว่าจะคิดสั้น ซึ่งในช่วงสายก็มีญาติเดินทางมาเยี่ยมมาพูดคุยให้กำลังใจ ก็เชื่อว่าผู้ต้องหาน่าจะมีสภาพจิตใจที่ดีขึ้นแต่ก็ยังต้องเฝ้าดูไม่คลาดสายตา พร้อมกันนี้ได้ประสานไปยังเรือนจำกลางขอนแก่น ถึงภาวะจิตใจและความเครียดของผู้ต้องหาเกรงว่าจะเกิดการคิดสั้น อย่างไรก็ดีวันนี้จะคุมตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องศาลฝากขังผลัดแรกในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และหากการสอบสวนพบว่าเข้าฐานความผิดซ่อนเร้นอำพรางศพก็จะเพิ่มไปอีก 1 ข้อหา ซึ่งการสอบสวนนั้นขึ้นอยู่กับพยานหลังฐานและคำให้การของผู้ต้องหาว่าจะเข้าข่ายความผิดดังกล่าวหรือไม่ ยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างครบถ้วนตามกฎหมาย"