ประจวบฯ ประชุมหาแนวทางรองรับนมพาสเจอร์ไรซ์ของสหกรณ์โคนมในช่วงปิดโรงเรียนจากสถานการณ์โควิด-19
วันที่ 9 ม.ค. 64 ที่ห้องประชุมช่องกระจก ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายชาตรี จันทร์วีระชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้บริหารสถานศึกษา และตัวแทนสหกรณ์โคนมเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจากผลกระทบการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 หลังจากเมื่อวันที่ 8 ม.ค.64 น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบให้สำนักงานองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย หรือ อ.ส.ค.ภาคใต้ และ อ.ส.ค.มวกเหล็ก จ.สระบุรี
ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อระบายน้ำนมดิบของสหกรณ์โคนมใน จ.ประจวบฯ และ จ.เพชรบุรี ที่ล้นระบบรวมวันละ 40 ตัน เข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นนม ยู.เอช.ที.แล้วขายคืนให้กับชุมนุมสหกรณ์ในราคาหน้าโรงงาน กล่องละ 7 บาทเพื่อนำไปบริหารจัดการจำหน่ายเอง โดย อ.ส.ค.สามารถรับน้ำนมดิบได้ถึงวันที่ 15 ม.ค.64
สำหรับการประชุมในวันนี้เป็นการหารือแนวทางการบริหารจัดการน้ำนมดิบของสหกรณ์โคนมที่จะผลิตเป็นนมพาสเจอไรซ์ ซึ่งหากยังคงไม่สามารถจำหน่ายได้หลังวันที่ 15 ม.ค.นี้ เนื่องมาจากคำสั่งปิดสถานศึกษาใน 28 จังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุด จะเป็นปัญหาต่อทางสหกรณ์โคนมอีก อย่างไรก็ตาม ทางผู้บริหารสถานศึกษาได้มีการสะท้อนปัญหาในที่ประชุมเกี่ยวกับนมพาสเจอไรซ์ซึ่งต้องเก็บรักษาในอุณหภูมิที่เหมาะสมและมีระยะเวลาเก็บรักษาได้ไม่นาน หากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดซื้อและมอบให้โรงเรียนเพื่อแจกจ่ายให้แก่เด็กนักเรียนจะทำให้ยากต่อการบริหารจัดการในช่วงนี้ที่อยู่ในช่วงของการปิดโรงเรียนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 หากนัดผู้ปกครองมารับก็จะทำให้เกิดการรวมตัวกันของคนจำนวนมาก ขณะที่ผู้ปกครองเด็กนักเรียนบางรายอาจไม่สะดวกที่จะมารับก็จะทำให้เกิดปัญหานมเน่าเสียได้ ดังนั้นโรงเรียนจึงต้องการนมกล่อง ยู.เอช.ที.ที่สามารถเก็บรักษาได้นาน แต่ทาง อ.ส.ค.ไม่สามารถที่จะรับน้ำนมดิบจากสหกรณ์โคนมเข้าสู่กระบวนการผลิตนม ยู.เอช.ที.ได้ทั้งหมด ซึ่งที่ประชุมใข้เวลาหารือนานกว่า 2 ชม.ยังคงไม่ได้ข้อสรุป รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ จึงได้นัดประชุมผู้บริหารสถานศึกษาภาครัฐและเอกชนทุกแห่งใน จ.ประจวบฯ หารือแนวทางแก้ปัญหาอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 11 ม.ค.64 โดยจะสำรวจว่ามีโรงเรียนใดบ้างที่จะสามารถรับนมพาสเจอร์ไรซ์ซึ่งจัดซื้อโดยงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นำไปบริหารจัดการแจกจ่ายให้แก่เด็กนักเรียนได้ เพื่อเป็นการบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม