ย่างสด2คนงาน! ไฟไหม้โรงผลิตน้ำมันจากขยะ
วันที่ 29 ก.ย.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ต.บางน้ำจืด อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร พ.ต.ท.ศุภณัฐ พุ่มน้อย รองผู้กำกับ ฐานะหัวหน้าสถานี สภ.ย่อยบางน้ำจืด รุดไปตรวจสอบ หลังรับทราบ เกิดเหตุเพลิงไหม้ ที่ในโรงงานกลั่นน้ำมันแห่งหนึ่ง ต.คอกกระบือ อ.เมือง เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุดังกล่าว พบนายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร และ จนท.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกำลังร่วมเข้าฉีดน้ำดับไฟ
จากการตรวจสอบทราบต่อมาว่า โรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 1 ไร่เศษ มีสภาพการก่อสร้างใหม่แล้วเสร็จไม่นานเกิน2 เดือน ภายในมีการติดตั้งเครื่องจักรกล ที่ใช้เกี่ยวกับทำกระบวนการผลิตและแปรรูปน้ำมัน (เก่า) โดยผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะที่ก่อนเกิดเหตุนั้นเป็นช่วงระหว่างการทดลองระบบ ของการกลั่นน้ำมันเครื่องเก่า เพื่อทำให้เป็นน้ำมันใหม่ (น้ำมันทางเลือกใหม่) สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงกับโรงงานอุตสาหกรรม หรือแทนน้ำมันดีเซล ก่อนจะเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้ขึ้น
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลาประมาณไม่เกินหนึ่งชั่วโมง ก็สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่ด้วยความรุนแรงของเปลวเพลิงที่ยังลุกไหม้เนื่องเพราะมีเชื้อเพลิงที่เป็นน้ำมันเก่า โดยเปลวไฟทำลายตัวโครงสร้างของอาคารไปบางส่วนทำให้พังเสียหายลงมา
“เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียด ปรากฏว่า พบศพคนงานของ รง.นั้นจำนวน 2 คน ที่เป็นเจ้าหน้าที่คุมเครื่องจักร ถูกเผาไหม้ร่างเกรียมนอนตายอยู่ในคากองเพลิง ทราบชื่อต่อมา คือ นายปัญญา นันทะรุ้ง อายุ 45 ปี เป็นคนพื้นเพ อยู่ที่ 311 หมู่ที่ 1 ต.ดอนกลอย อ.พิบูลย์รักษ์ จ.อุดรธานี และ นายศุภางค์ชนันท์ แสนไชย อายุ 27 ปี บ้านเลขที่ 87 หมู่ 6 ต.หนองเหล็ก อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยการกุศลสมุทรสาคร จึงเก็บเอาร่างผู้เสียชีวิตส่งไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวชต่อไป”
ด้านนายก้องเกียรติ (สงวนนามสกุล) ในฐานะเจ้าของโรงงาน เล่าว่า โรงงานแห่งนี้เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ และเพิ่งใช้อุปกรณ์เครื่องจักรได้ประมาณ 2 สัปดาห์เท่านั้น และยังไม่ได้เปิดกิจการทำอย่างเป็นทางการเพราะอยู่ระหว่างการทดลองเดินเครื่องกลั่นน้ำมัน และเครื่องแปรรูปจากขยะรีไซเคิล มาทำน้ำมันเครื่องเก่า ซึ่งกำลังทดสอบดูว่า ระบบมีปัญหาตรงส่วนไหนบ้างหรือไม่ มีคนงานอยู่ในโรงงานทั้งสิ้น 8 คน โดยผู้เสียชีวิต 2 คน ซึ่งเป็นคนที่คุมงานอยู่หน้าเครื่องกลั่นน้ำมัน
"สาเหตุไฟไหม้ เกิดมาด้วยสาเหตุการะเบิดตรงจุดรอยเชื่อมต่อระหว่าง ถังน้ำมันขนาด 800 ลิตร กับส่วนของตัวเครื่องกลั่น ที่คาดว่า อาจเชื่อมไม่ได้มาตรฐาน และเมื่อเจอน้ำมันที่มีความร้อนถึง 200 องศาเซลเซียส ทำให้วัสดุสามารถรองรับแรงอัดได้ เป็นเหตุให้ฝาถังระเบิดประทั่งเกิดเปลวไฟ ทำให้ผู้คุมงานทั้ง 2 คน ถูกแรงอัดที่จนกระเด็นออกไปตกกระแทกพื้นก่อนไฟคลอกตายในที่สุด"
ทั้งนี้มูลค่าความเสียหายนั้นอยู่ระหว่างการประเมิน เบื้องต้นเจ้าของคาดว่าไม่น่าจะเกิน 10 ล้านบาท โดย พ.ต.ท.ศุภณัฐ ฐานะหัวหน้าสถานี สภ.ย่อยบางน้ำจืด ได้เชิญตัวเจ้าของโรงงานฯ ไปให้ปากคำเพิ่มเติมต่อไป