เตือนภัยระวัง"เซลส์โจร" เสนอขายสินค้าราคาถูกในร้านของชำ สุดท้ายได้ของไม่ครบ สูญเงินนับหมื่น

ภูมิภาค27 ส.ค. 2565 • 07:07 น.
เตือนภัยระวัง"เซลส์โจร" เสนอขายสินค้าราคาถูกในร้านของชำ สุดท้ายได้ของไม่ครบ สูญเงินนับหมื่น

เมื่อวันที่ 26 ส.ค.ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ร้านขายของชำ ในพื้นที่ ต.ชากพง อ.แกลง จ.ระยอง หลังได้รับการร้องเรียนจากนางสุภาพร  อายุ 28 ปี เจ้าของร้านขายของชำ ว่าถูกกลุ่มมิจฉาชีพ ที่ทำทีเป็นเซลส์ขายส่งสินค้า หลอกขายสินค้าสอดไส้ให้จนต้องสูญเสียเงินกว่าหมื่นบาท

โดยนางสุภาพร ได้เปิดเผยว่า เมื่อช่วงสายวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา ขณะเปิดร้านขายของชำตามปกติ ได้มีผู้ชาย 4 คน ขับรถยนต์กระบะสี่ประตู สีบรอนส์ ยี่ห้อนิสสัน จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ มาจอดและลงมาที่ร้าน พร้อมแสดงตัวว่าเป็นพ่อค้าส่งของ เข้ามาสอบถามว่าขายมานานหรือยัง ไม่ค่อยมีสินค้าเลย พร้อมบอกว่าจะเอาสินค้ามาส่งให้ในราคาถูกกว่าร้านค้าทั่วไป ตนเองจึงบอกให้ลองนำสินค้ามาดูก่อน

หลังจากนั้นทางผู้ชายทั้งสี่คนได้โทรศัพท์ออกไป สักพักก็มี รถกระบะ สี่ประตูสีน้ำเงินยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน กรุงเทพมหานคร ขับมาจอดที่หน้าร้าน โดยมีผู้ชายลงมาจากรถทั้งหมด 6 คน และ เริ่มนำสินค้าลงมาจากรถ มานำเสนอ ซึ่งมีทั้ง น้ำอัดลม น้ำเกลือแร่ ขนม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป สบู่ และ อีกหลายรายการรวม 49 รายการ  ซึ่งตนเองเห็นว่าราคาถูกกว่าไปซื้อเอง และ ไม่ต้องเดินทางไปอีกด้วย จึงตกลงซื้อสินค้าทั้งหมด 49 รายการ รวมเป็นเงิน 15,970 บาท หลังจากยกสินค้าซึ่งใส่ลังลงมาเรียบร้อยแล้วทั้งหมดก็ทยอยกันออกจากร้าน

นางสุภาพร เปิดเผยต่อว่า หลังจากทั้งหมดกลับไป ทางตนเองก็เตรียมจะนำสินค้าที่ซื้อมาออกจากลัง เพื่อนำไปจำหน่าย พอเปิดลังก็แทบช็อก เพราะว่าสินค้าภายในลังมีไม่ครบ ตามจำนวนที่สั่งซื้อ จึงเปิดลังทุกลังก็พบว่าถูกหลอกแล้ว นับราคาสินค้าทั้งหมด มีราคาเพียง 5 พันกว่าบาท จึงพยายามออกไปตามหาแต่ก็ไม่พบแล้ว จึงรู้ว่าถูกหลอก  เลยตรวจสอบกล้องวงจรปิด สามารถบันทึกภาพมิจฉาชีพกลุ่มนี้ไว้ได้ จึงเตรียมรวบรวมหลักฐานเพื่อแจ้งความต่อไป

พร้อมทั้งขอฝากเตือนร้านค้าทุกร้าน อย่าได้หลงกลกลุ่มมิจฉาชีพ ที่มาในรูปแบบใหม่ ทำตัวเป็นเซลส์ แล้วหลอกขายสินค้า แต่กลับได้สินี้าไม่ครบตามจำนวนเงินที่เสียไป หากจะซื้อต้องตรวจสิบอย่างละเอียดจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อเหมือนกับตนเอง นางสภาพร กล่าว

สำหรับกลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้ ได้ตระเวณออกหลอกลวงร้ายค้าหลายแห่ง โดยพบว่าล่าสุดไปก่อเหตุที่ จ.ปราจีนบุรี จนทำให้เหยื่อสูญเงินไปร่วมแสนบาท