ลูกจ้างโกงเงินหลวง 33.9 ล้านเชื่อฟอกเงิน - ส.ส.เพื่อไทยจี้ ผวจ.แสดงความรับผิดชอบ
จากกรณี พนักงานวิชาการเงินและบัญชี สำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผู้ต้องหาในคดียักยอกทรัพย์ ปลอมเอกสารทางราชการ และใช้เอกสารปลอม นำเงินงบประมาณของทางราชการ 33.9 ล้านบาท จากการโอนเงินผ่านระบบการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเลคทรอนิคส์ หรือ GFMIS จากบัญชีภัยแล้ง 23.2 ล้านบาท บัญชีงบแผนพัฒนาจังหวัดปี 2563 จำนวน 3.2 ล้านบาท บัญชีเงินฝากคลัง 7.3 ล้านบาทโอนเข้าบัญชีส่วนตัว พบการกระทำความผิดสร้างข้อมูลหลักฐานเท็จตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2562 ต่อเนื่องนาน 1 ปี มีการกระทำความผิดรวม 53 ครั้ง
วันที่ 26 มิถุนายน นายพรเทพ วิสุทธ์วัฒนศักดิ์ ส.ส.ประจวบฯ เขต 2 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าการยักเงินเงิน 33.9 ล้านบาทในสำนักงานจังหวัดซึ่งมีหน้าที่ควบคุมงบประมาณของทุกหน่วยงานในจังหวัด มาจากความบกพร่องเนื่องจากไม่ควบคุมเงินงบประมาณให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังอย่างชัดเจน ดังนั้นขอให้ผู้บริหารระดับจังหวัดออกมาแสดงความรับผิดชอบและชี้แจงข้อเท็จจริงกับประชาชนโดยเร็ว หากปล่อยให้งบจำนวนมากถูกโกงโดยลูกจ้างอย่างต่อเนื่องนาน 1 ปีจำนวนหลายสิบครั้ง “หลายฝ่ายข้องใจว่าผู้บริหารระดับจังหวัดจะทำหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชนทั้งจังหวัดได้อย่างไร เพราะงานในการกำกับดูแลยังทำได้ไม่ทั่วถึง และกรณีนี้นายกรัฐมนตรีที่ประกาศยุทธศาสตร์ปราบโกง ควรหยิบยกไปเป็นกรณีศึกษาความบกพร่อง เพื่อวางแนวทางการทำงานของระบบการบริหารราชการส่วนภูมิภาค ภายใต้สังกัดกระทรวงมหาดไทยให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ส่วนตัวตั้งข้อสังเกตว่าการประชุมคณะอนุกรรมการการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของจังหวัด เหตุใดไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปสังเกตการณ์และทราบว่าไม่มีการพิจารณาวาระการยักยอกเงินจำนวน 33.9 ล้านบาท” นายพรเทพ กล่าว
ขณะที่ จ่าเอกเสกสรรค์ จันทร แกนนำเครือข่ายต่อต้านการทุจริต จ.ประจวบฯ เดินทางไปยื่นหนังสือให้นางแสงประทีป คุณาธิมาพันธ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดประจวบฯที่ศาลากลางจังหวัด เพื่อขอทราบผลการสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการทุกคณะในระดับจังหวัด เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่าปัญหาการสอบข้อเท็จจริงทุจริตหลายครั้งไม่เคยนำมาเปิดเผยต่อสาธารณะและไม่เผยแพร่เอกสารเพื่อชี้แจงความคืบหน้า โดยนางแสงประทีป ระบุว่าจะเสนอหนังสือไปตามขั้นตอนและจะแจ้งให้ทราบตามระยะเวลาที่กำหนดเบื้องต้นไม่เกิน 30 วัน ส่วนการเปิดเผยข้อมูลได้หรือไม่ อยู่ที่อำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดหรือคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องจะตัดสินใจ
พล.ต.ต.สุรศักดิ์ สุขแสวง ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ กล่าวว่าล่าสุดไม่มีการเรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนเพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกชุดไปติดตามความคืบหน้าคดียักยอกเงิน 33.9 ล้านบาท จากนั้นจะมีการประชุมอีกครั้งในวันที่ 29 มิถุนายนนี้ คาดว่าคดีจะมีความคืบหน้าไปพอสมควร ขณะที่ผู้บังคับบัญชาเร่งรัดให้ดำเนินการโดยเร็วเนื่องจากคดีเป็นที่สนใจของประชาชนจำนวนมาก
แหล่งข่าวจากชุดสืบสวนระบุว่าหลังจากได้เบาะแสการโอนเงิน 26 ล้านบาท ที่ผู้ต้องหาอ้างว่าโอนไปใช้หนี้เว็ปไซต์พนันออนไลน์ พบว่ามีการโอนหลายทอดไปยังบัญชีของผู้เกี่ยวข้องหลายราย และการตรวจสอบมีความซับซ้อน จึงประสานให้เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติดใช้เทคโนโลยีเพื่อติดตามเบาะแสเส้นทางการเงินทั้งหมดเบื้องต้นพบว่ามีการโอนเงินผ่านอีแบงค์ไปเว็ปไซด์พนันออนไลน์ที่อยู่ในประเทศไทย สำหรับการโอนเงินไปเว็ปดังกล่าวเข้าข่ายลักษณะการฟอกเงิน ผู้โอนที่ได้เงินจาการฉ้อโกงหรือค้ายาเพสติดไม่จำเป็นต้องจ่ายหนี้การพนันทั้งหมด แต่สามารถโอนเงินไปฝากไว้เพื่อถอนเงินสดจากบัญชีอื่นในภายหลัง โดยเว็ปไซด์จะมีเงื่อนไขหักค่าหัวคิวร้อยละ 1-3 จากเงินฝาก ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่เชื่อว่าเงินที่ได้จากการยักยอก 26 ล้านบาทจะมีการโอนไปใช้หนี้พนันออนไลน์ทั้งหมดตามที่ผู้ต้องหาอ้าง.