เอาอยู่!!ชป.6 ขน'ชีทไพล์'อุดคันดินลำห้วยใหญ่ ยันน้ำไม่ไหลทะลักกระทบชาวเมือง
จากกรณีคันดินกั้นลำห้วยใหญ่ ซึ่งอยู่ในพื้นที่บ้านโคกนางาม ม.2 และ ม. 12 ต.สำราญ อ.เมือง จ.ขอนแก่นขาด เมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา น้ำในลำห้วยใหญ่ทะลักท่วมพื้นที่นาจนกลายเป็นผืนน้ำ เทศบาลตำบลสำราญและสำนักงานชลประทานที่ 6 จังหวัดขอนแก่น ประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจาก มทบ.23 ค่ายศรีพัชรินทร์ มาช่วยจัดการนำบิ๊กแบ้กมาอุดในจุดที่คันดินขาด เพื่อสกัดน้ำไม่ให้ไหลเข้าในพื้นที่ตัวเมืองขอนแก่นนั้น
คืบหน้าวันที่ 29 ก.ย.65 เวลา 11.00 น.ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ในจุดดังกล่าวพบว่ามีการใช้ไม้ยูคาลิปตัสปักเป็นเสาชะลอการไหลของน้ำ แล้วนำถุงบิ๊กแบ็ก 50 ถุงลงไปในจุดที่คันดินขาดนั้น ที่เทศบาลตำบลสำราญและสำนักงานชลประทานที่ 6 จังหวัดขอนแก่น ทำการอุดในช่วงเย็นวันที่ 28 กันยายน นั้น ปรากฏว่าเอาไม่อยู่ คันดินยังทะลายยาวขึ้นกว่าเดิม และน้ำก็ไหลทะลักเข้าในพื้นที่นาของชาวบ้านเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม
โดย นายณัฐวรรธน์ ถิระวณิชยางกูล ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหนองหวาย สำนักงานชลประทานที่ 6 ซึ่งลงพื้นที่มากำกับดูแลการทำงานของเจ้าหน้าที่ชลประทาน ที่กำลังจัดการอุดในจุดที่คันดินขาด กล่าวว่า หลังจากที่ทราบว่าคันดินกั้นลำห้วยใหญ่ในพื้นที่บ่นโคกนางามขาด ก็รีบดำเนินการนำเครื่องจักรและเจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการร่วมกับเทศบาลตำบลสำราญ เพื่อปิดกั้นในจุดที่คันดินขาด โดยในช่วงคืนที่ผ่านมา ได้ใช้ไม้ยูคาลิปตัสตอกเป็นเสาชะลอแรงน้ำ จากนั้นก็นำถุงบิ๊กแบ้กวางลงไปกว่า 50 ถุง แต่กระแสน้ำแรงทำให้น้ำซัดถุงบิ๊กแบ้กกระจาย ซึ่งการดำเนินการในครั้งแรกไม่สำเร็จ เพราะยังปิดคันดินไม่ได้
“วันนี้สำนักงานชลประทาน จะดำเนินการปิดน้ำในจุดที่คันดินขาดให้เสร็จเรียบร้อย โดยจะใช้ชีทไพล์ซึ่งเป็นกำแพงเหล็กกันดิน และแนวป้องกันน้ำ เข้ามาปิดกั้นในจุดที่คันดินขาด เชื่อว่าจะแล้วเสร็จในวันนี้ เพราะหากไม่รีบดำเนินการคันดินจะทะลายขาดเพิ่มมากกว่าเดิม และการเดินทางเข้ามาในจุดดังกล่าวจะลำบากมากกว่าเดิม”นายณัฐวรรธน์ กล่าว
ทั้งนี้ นายณัฐวรรธน์ กล่าวต่ออีกว่า ปริมาณน้ำที่อยู่เต็มตามแหล่งน้ำธรรมชาติและตามลำห้วยต่างๆรวมถึงลำห้วยใหญ่ ที่ล้นทะลักออกมาท่วมที่นาของประชาชน รวมถึงทำคันดินกั้นลำห้วยขาดนั้น เป็นผลพ่วงจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตั้งแต่วันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา เมื่อน้ำฝนสะสมตามแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่สูงไหลลงมาที่ต่ำ ก็จะมีปัญหาอย่างที่ประสบอยู่ เพราะประชาชนในแต่ละพื้นที้มีการติดตามสถานการณ์ของฝนมาตลอด แต้ในบางจุดที่น้ำเอ่อท่วมก็เป็นจุดที่คาดไม่ถึง ในส่วนของน้ำจากลำห้วยใหญ่ ที่ทำคันดินขาดในครั้งนี้จะไม่เข้าไปในตัวเขตเทศบาลนครขอนแก่น เพราะน้ำจะไหลไปตามทางธรรมชาติ ไปลงในหนองน้ำธรรมชาติหลายแห่ง ทั้งหนองอีเลิง ฝายกุดกว้าง และสุดท้ายจะลงที่ห้วยพระคือ ซึ่งมีประตูระบายน้ำ ดี 8 บริหารจัดการน้ำใหระบายออกไป น้ำก้อนนี้จึงไม่กระทบกับประชาชนในเขตเทศบาลนครขอนแก่น
"แต่ยังต้องเฝ้าระวังมากที่สุดคือที่คันคลอง 3 แอล จุดที่น้ำ 3 สายมาบรรจบกัน สายแรกคือน้ำจากจังหวัดชัยภูมิที่ไหลมาสมทบกับน้ำในลำน้ำชี สายที่สองน้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์ที่มาสมทบกับน้ำในลำน้ำพอง และสายที่สาม คือน้ำจากเขตเมืองขอนแก่น ทั้ง 3 สายไหลมาบรรจบกันในจุดดังกล่าว สำนักงานชลประทาน เกรงว่าจะเกิดคันดินขาด จึงจะดเจ้าหน้าที่พร้อมทีมช่างเข้าเวรเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดวิกฤติรีบจัดการได้ทันที"นายณัฐวรรธน์ กล่าว
ขณะที่นายกิตศักดิ์ มาพระลับ อายุ 45 ปี ชาวบ้านโคกนางาม และเจ้าของที่นาที่จมน้ำหลังจากคันดินกั้นลำห้วยใหญ่ขาด เดินทางมาดูการทำงานของเจ้าหน้าที่ชลประทาน กล่าวว่า จุดที่คันดินขาดนั้น เป็นจุดเสี่ยงมานานแล้ว เพราะปีใดที่น้ำฝนมาก น้ำก็จะไหลข้ามคันดิน น้ำจะท่วมนา แต่ปีนี้ฝนตกหนักน้ำมีมากกว่าทุกปี คันดินจึงขาด น้ำก็ทะลักเข้าท่วมที่นา ท่วมมากกว่าทุกปี ต้องทำใจและต้องขอบคุณสำนักงานชลประทานที่เร่วงมาช่วยปิดจุดที่คันดินขาด ให้ชาวบ้านลำบากน้อย แต่ก็เชื่อว้าคงจะไม่ได้เกี่ยวข้าวนาปี เพราะน้ำท่วมหมดแล้ว และหากไม่ได้เกี่ยวข้าวนาปีก็คงต้องเตรียมหาพันธ์ข้าวนาปรังมาเตรียมไว้เพราะปลูก เพราะไม่เช่นนั้นก็จะไม่มีข้าวกิน