รวบแล้ว!พ่อเลี้ยงโหด-แม่แท้ๆร่วมกันฆ่าลูกสาววัย 10 ปีอุ้มศพถ่วงน้ำ
จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 11 มิถุนายน ที่ผ่านมาได้มีชาวบ้านพบศพหญิงสาววัย 10 ปีถูกห่อด้วยผ้าห่มก่อนมัดด้วยเชือกไนล่อนใช้ก้อนหินใส่กระสอบโยนถ่วงน้ำ ในคลองสำโรง พื้นที่อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ หลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดสืบของ สภ.บางเสาธง ได้กระจ่ายกำลังกันออกสืบสวนหาข่าว จนกระทั่งได้เบาะแสจากชาวบ้านซึ่งเป็นเจ้าของห้องเช่าห่างจากจุดที่พบศพประมาณ 500 เมตร ได้ให้ข้อมูลว่าศพที่พบน่าจะเป็นศพของเด็กหญิง พรทิพย์ กุลนานันท์ อายุ 10 ปี บุตรสาวของ น.ส.สุภาพร นนทรา อายุ 31 ปี และเป็นลูกเลี้ยงของนายวจะรัน ทัดสวรรค์ อายุ 35 ปี ที่มาเช่าห้องของตนพักอาศัยอยู่ และเพิ่งจะขนข้าวของย้ายออกจากห้องเช่าของตนในวันที่พบศพดังกล่าว แต่เด็กหญิงพรทิพย์ ได้หายตัวไป ซึ่งตนจำเสื้อผ้าที่ของเด็กหญิง พรทิพย์ ได้จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นศพของเด็กหญิงพรทิพย์ เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจค้นภายในห้องที่สองสามีภรรยาพักอาศัยอยู่ได้พบหลักฐานเชือกไนล่อนที่ผู้มัดอยู่กับหูจับประตู ซึ่งเป็นเชือกชนิดเดียวกับที่ผูกอยู่บนศพผู้ตาย ซึ่งจากหลักฐานดังกล่าวได้ถูกส่งไปตรวจลายนิ้วมือและดีเอ็นเอที่พบบนศพ พบว่าทุกอย่างตรงกันหมด จึงเชื่อว่าผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นสองสามีภรรยา ที่เพิ่งย้ายหนีออกไป จึงได้นำกำลังออกสืบสวนจนกระทั่งทราบว่า นายวจะรัน และน.ส.สุภาพร ผู้ก่อเหตุหลบหนีไปกบดานที่บ้านญาติในอำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี เจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังติดตามไปจับกุมทั้งสองเอาไว้ได้
เมื่อเวลา 15.45 น.วันที่ 14 มิ.ย.2560 พล.ต. อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.อำนาจ จันทร์เจริญ ผบก.สส.ภ.1 พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ได้ร่วมกันคุมตัวนายวจะรัน และนางสาวสุภาพร สองผู้ต้องหามาแถลงผลการจับกุม หลังจากได้ร่วมกันสอบสวนสองผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ เลขที่ 616 และ 617 ในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและร่วมกันซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลาย เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย
ด้านพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า หลังจากที่ตำรวจหลังว่าพบศพเด็กหญิง วัยประมาณ 10-15 ปีถูกถ่วงน้ำลอยขึ้นมาภายในคลองสำโรง บริเวณท้ายซอยสุขาภิบาล 1(ซับแดง) ม.1 ต.ศรีษะจระเข้ใหญ่ อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.60 ที่ผ่านมา ทางฝ่ายสืบสวนจึงออกติดตามและหาข้อมูลรวมถึงส่งศพชันสูตรที่สถาบันนิติเวช จนทราบว่า ผู้ตายน่า ด.ญ.พรทิพย์ กุลนานันท์ อายุ 10 ปี โดยอาศัยอยู่กับน.ส.สุภาพร มารดาแบะนายวจะรัน พ่อเลี้ยง ในห้องเช่าใกล้จุดพบศพ ประกอบกับมีญาติของ ด.ญ.พรทิพย์ มาขอดูภาพถ่ายศพที่พบ ได้ยืนยันว่าเป็น ด.ญ.พรทิพย์
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงตรวจสอบประวัติอาชญากรก็พบนายวจะรัน เคยต้องในคดียาเสพติดและมีภูมิลำเนาอยู่ จ.สระบุรี จึงติดตามไปจับกุมได้ทั้งคู่เมื่อเช้านี้ และให้การรับสารภาพว่า ร่วมกันนำศพของ ด.ญ.พรทิพย์ ไปทิ้งน้ำจริงแต่ยังให้การปฎิเสทในข้อหาร่วมกันฆ่า เนื่องจากผู้ต้องหาทั้งสองอ้างว่า เด็กหญิงพรทิพย์ ไม่ได้เสียชีวิตทันทีหลังถูกทำร้ายร่างกายแต่ถูกขังไว้ในห้อง 2 วันเด็กหญิงพรทิพย์ จึงเสียชีวิตซึ่งคาดว่าน่าจะทนพิษที่ถูกทำร้ายอย่างหนักเมื่อวันพุทธที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมาไม่ไหว และมาพบว่าเด็กหญิงพรทิพย์ นอนเสียชีวิตในห้องพัก ในช่วงเย็นของวันศุกร์ ที่ 9 มิถุนายน
หลังจากที่นายวจะรัน และนางสาวสุภาพร จะเดินทางกลับมาจากทำงานมาถึงห้องพัก หลังจากนั้นทั้งสองจึงช่วยกันวางแผนในช่วงกลางดึกคืนวันศุกร์เช้าวันเสาร์ ทั้งสองได้ช่วยกันในผ้าห่มมาห่อศพก่อนที่จะแบกออกมาที่ท่าน้ำภายในอู่รถเมล์ล้างห่างจากห้องพักประมาณ 200 เมตร ก่อนที่ใช้ก้อนหินยัดใส่กระสอบผูกติดกับขาศพ ก่นโยนศพลงไปในน้ำเพื่อถ่วงให้ศพจมน้ำ แต่ไม่คิดว่าศพจะลอยโผล่ขึ้นมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้ตัวเองเร็วขนาดนี้
พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภาค 1 กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น 2 สามีภรรยาให้การรับสารภาพว่า หลังรับเด็กมาอยู่ด้วยได้ประมาณ 3เดือน และมาเริ่มถูกทุบตีเมื่อช่วงต้นเดือน พฤษภาคมที่ผ่านมา เนื่องจากเด็กหญิง ติดนิสัยดื้อรั้นและชอบโกหก และจะขังเด็กไว้ในห้องพร้อมกับบุตรสาวอายุ 3ขวบ ซึ่งเป็นลูกของนายวจะรัน ส่วนเด็กหญิงพรทิพย์ เป็นลูกสาวของตนกับสามีเก่าที่เสียชีวิตไปแล้ว ในขณะที่ตนทั้งสองออกไปทำงาน ส่วนการทำร้ายมักจะทุบตีด้วยไม้ไผ่และใช้เท้าเตะและมืดตบ ซึ่งส่วนใหญ่เป็น น.ส.สุภาพร ผู้เป็นแม่จะเป็นคนลงมือและนายวจะรัน พ่อเลี้ยง ก็จะร่วมทุบตีด้วยในบางครั้ง กระทั่งวันพุธที่ผ่านมา น.ส.สุภาพรได้ใช้ไม้ไผ่ตีเข้าไปที่หัวของเด็กและตามร่างกาย จนเด็กมีอาการป่วย หน้าบวมจนกินข้าวไม่ได้ และเสียชีวิตในวันศุกร์ช่วงค่ำ
เบื้องต้นได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและร่วมกันซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลาย เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปนำชี้สถานที่เกิดเหตุบริเวณศาลาริมคลองสำโรง ซึ่งเป็นจุดที่ทั้งสองอุ้มศพมาทำการห้อด้วยผ้าห่มและใช้เชือกมัดและก้อนหินผูกถ่วงก่อนอุ้มศพโยนน้ำ ท่ามกลางชาวบ้านและญาติ ๆ ที่ทราบข่าวได้พากันมายืนมุงดูเป็นจำนวนมาก ก่อนคุมตัวทั้งสองกลับมาส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางเสาธง สมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป