“ศรีลานนาโมเดล” ต้นแบบขอคืนผืนป่ายั่งยืน
จากนโยบายของรัฐบาล คสช. ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการทวงคืนผืนป่าเพื่อแก้ปัญหาการบุกรุกป่าอย่างจริงจัง โดยเฉพาะพื้นที่บ้านห้วยกันใจ ต.แม่แวน อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนา หลังจากถูกบุกรุกพื้นที่ป่าต้นน้ำเสื่อมกลายเป็นเขาหัวโล้น ปัจจุบันราษฎรได้คืนผืนป่าพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี จนเป็นพื้นที่นำร่องให้กับอุทยานแห่งชาติฯทั่วประเทศ
ดร.ทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กล่าวว่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและ พันธุ์พืชดูแลผืนป่าทั่วประเทศไทย 73,000,000 ไร่ ขณะเดียวกันนโยบายของรัฐบาลได้ให้กรมป่าไม้มอบป่าสมบูรณ์ให้อุทยานแห่งชาติฯ ดูแล 10,000,000 ไร่ และประกาศให้เป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติฯ 5,000,000 ไร่ ส่วนหนึ่งเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตว์ป่า 83,000,000 ไร่ ขณะเดียวกันได้มีการผ่อนผันให้ราษฎรเข้าไปอยู่อาศัยทำกิน 6,000,000 ไร่ ซึ่งทางราษฎรก็ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
“ในปี 2559ได้คืนมาทั้งหมด ด้วยความร่วมมือร่วมใจของชาวบ้านและหัวหน้าอุทยานแห่งชาติฯ ทั้งหมด 150 แห่ง ได้มา 141,017.33 ไร่ และปี 2560 ตั้งเป้าหมายเอาไว้ 4,993 แปลง 170,518.88 ไร่ ได้คืนมาแล้วตอนนี้ 60,000 กว่าไร่ ยังขาดอีก 40,000 กว่าไร่ ฉะนั้นป่าพวกนี้จะให้เป็นไปตามศาสตร์ของพระราชาคือ ฟื้นฟูเองโดยตามธรรมชาติ และให้ชาวบ้านมาช่วยกันปลูกและร่วมกันป้องกันไฟป่า อย่างไรก็ตามภายในปี 2569 กรมอุทยานแห่งชาติฯ จะเพิ่มพื้นที่ป่าอนุรักษ์ให้ได้ร้อยละ 25 ของพื้นที่ทั่วประเทศ” ดร.ทรงธรรม กล่าว
ส่วนในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่แวน บ้านห้วยกันใจ ทางอุทยานแห่งชาติฯ ได้ร่วมมือกับชาวบ้านขอคืนผืนป่าโดยดำเนินการสร้างความร่วมมือที่เรียกว่าศรีล้านนาโมเดล คือ พื้นที่ที่อยู่ในสภาพสูงชันได้ขอคืนจากชาวบ้านเข้าไปปลูกป่า ส่วนพื้นที่บางส่วนที่ชาวบ้านยังปลูกข้าวโพดก็ขอให้ลดพื้นที่การปลูกข้าวโพดไปทำวนเกษตร ขณะที่พื้นที่ที่เคยปลูกข้าวโพดบริเวณพื้นที่ต้นน้ำได้ดำเนินการปลูกป่าจนครบแล้ว ทั้งนี้อุทยานแห่งชาติฯ ไม่ได้ดูแลรักษาป่าไว้เพียงอย่างเดียวแต่ยังมีบทบาทในการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมด้วย
ด้านนายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติลานนา กล่าวว่า อุทยานแห่งชาติศรีลานนา มีพื้นที่รับผิดชอบ 3 อำเภอ ได้แก่ แม่แตง เชียงดาว พร้าว จ.เชียงใหม่ มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 878,750 ไร่ ประกอบด้วยสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์และเป็นป่าต้นน้ำลำธารที่สำคัญของแม่น้ำปิงตอนบน มีสัตว์ป่านานาชนิด ส่วนพื้นที่ของหย่อมบ้านห้วยกันใจ ต.แม่เเวน อ.พร้าว ถูกจัดอยู่ในพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธาร ชั้น 1 b หรือป่าต้นน้ำเสื่อมสภาพบนพื้นที่สูงชัน หรือเขาหัวโล้น และเป็นแหล่งกำเนิดลำน้ำสาขาที่ไหลลงสูงอ่างเก็บน้ำแม่งัดสมบูรณ์ชล
“การบุกรุกทำลายป่าขยายพื้นที่ทำกินของชุมชนได้รุกล้ำเข้ามาในพื้นที่อุทยานแห่งชาติฯ เกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่และชาวบ้านอย่างรุนแรงเนื่องจากชาวบ้านไม่เข้าใจและไม่ให้ความร่วมมือในการแก้ปัญหา ทางอุทยานแห่งชาติฯ จึงปรับแนวทางโดยเน้นการสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของชุมชนมากขึ้น เพื่อให้ชาวบ้านตระหนักถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจากปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม สู่การคืนผืนป่าแล้วกว่า1,300ไร่ นอกจากนี้ชุมชนยังร่วมกันกำหนดกติกาหมู่บ้านเพื่อเฝ้าระวังการบุกรุกป่าอย่างจริงจังและได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนในการปลูกป่าบนเขาหัวโล้นโดยการมีส่วนร่วมแบบประชารัฐ ทำให้ชาวบ้าน เกิดแนวคิดหยุดการบุกรุกทำลายป่าและคืนผืนป่าให้กับอุทยานแห่งชาติฯ ส่งผลให้อุทยานมีพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น ปัจจุบันพื้นที่ อ.พร้าว ไม่มีการบุกรุกป่าอีกแล้ว” นายยศวัฒน์ กล่าว
นายสาม ตามิ ผู้ใหญ่บ้านสามลี่ หมู่ 11 ต.แม่แวน เล่าว่า เมื่อก่อนชาวบ้านมีปัญหากับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติฯ เนื่องจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่บรรพบุรุษแต่จู่ๆเจ้าหน้าที่ก็ข้ามาจับกุมพวกเรา มีการรวมกลุ่มชิงผู้ต้องหาเป็นเพราะชาวบ้านรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เกิดปัญหาความขัดแย้งมาตลอด ต่อมาเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติฯได้เข้ามาประชุมและทำความเข้าใจกับชาวบ้าน ว่าการัดไม้ทำลายป่าผิดกฎหมาย เกิดผลกระทบอะไรตามมาบ้างซึ่งชาวบ้านเข้าใจมากขึ้น
“ปัจจุบันชาวบ้านให้ความร่วมมือกับอุทยานแห่งชาติศรีลานนา ไม่มีการบุกรุกทำลายป่าเพิ่มโดยชาวบ้านแต่ละครัวเรือนได้รับการจัดสรรที่ดินทำกินครัวเรือนละ 20 ไร่ ส่วนใหญ่ทำการเกษตรปลูกข้าวไร่บนดอย ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง และเลี้ยงหมู นอกจากนี้ชาวบ้านยังร่วมกับอุทยานแห่งชาติฯ ปลูกป่าหลายร้อยไร่ โดยให้ชุมชนเป็นผู้ดูแลเอง” ผู้ใหญ่บ้านสามลี่ ทิ้งท้าย