เร่งไล่ล่าอดีตตำรวจ ยิง ดต.สภ.เวียงชัย เสียชีวิต แต่ยังไร้วี่แวว
เมื่อวันที่ 4 ก.พ.2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการนำของ พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ระดมกำลังเจ้าหน้าตำรวจขุดสืบสวนสอบสวน กำลังหน่วยปฎิบัติการพิเศษ (นปพ.)เชียงราย เพื่อติดตามจับกุมตัวนายวุฒิไกร (สงวนนามสกึล) อายุ 36 ปี อยู่ หมู่ 7 ต.ห้วยสัก อ.เมือง จ.เชียงราย อดีตข้าราชการตำรวจ จ.นราธิวาส ซึ่งก่อเหตุยิง ด.ต.เปรม ตั๋นตุ้ย อายุ 41 ปี ตำแหน่ง ผบ.หมู่ สส. สภ.เวียงชัย เสียชีวิต ขณะเข้าปิดล้อมตรวจค้นเพื่อค้นหาอาวุธและสิ่งผิดกฎหมาย โดยเหตุเกิดช่วงเวลาประมาณ 07.00 น. ของวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา บริเวณกลางทุ่งนาบ้านชัยภูมิ หมู่ 10 ต.เวียงชัย อ.เวียงชัย จ.เชียงราย
โดย พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ ได้กำชับกับเจ้าหน้าที่ชุดติดตามไล่ล่า ว่า นายวุฒิไกร เป็นข้าราชการตำรวจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภารใต้ จึงมีความเชี่ยวชาญในการต่อสู้ การใช้อาวุธและการหลบหนี ที่สำคัญยังมีอาวุธในครอบครองช่วงที่หลบหนีด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องใช้ความระมัดระวังในการเข้าค้นหา โดยเจ้าหน้าที่คอยคุ้มกันซึ่งกันและกัน ไม่เข้าโดยพละการ
ซึ่งคนร้ายไม่น่าหนีไปไหนไกลเพราะสวมเพียงกางเกงสามส่วนเพียงตัวเดียวไม่สวมเสื้อ และมีแกลอนสีขาวติดตัวไปด้วย 1 ใบ จากการคาดการณ์ของชุดสืบสวนคาดว่าคนร้ายยังคงหลบหนีและหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่
เจ้าหน้าที่ได้มีการจัดกำลังกว่า 100 นาย พร้อมสุนัขดมกลิ่น ปูพรมเข้าตรวจค้นตามเส้นทางที่นายวุฒิไกร ใช้หลบหนี และจุดที่เจ้าหน้าที่พบตัวล่าสุุดก่อนที่จะหายตัวไป โดยเฉพาะที่สวนของชาวบ้านรายหนึ่ง เนื้อประมาณ 20 ไร่ มีสวนสัก สวนผลไม้ แปลงเกษตรและบ่อปลาอย่างน้อย 5-6 บ่อ ซึ่งใช้เป็นที่หลบซ่อนได้เป็นอย่างดีและอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่เกิน 1 กิโลเมตร แต่ใช้เวลาตลอดทั้งวันยังไร้วี่แววของคนร้าย
ขณะที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ตำรวจภูธรเชียงราย ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุบริเวณที่ ด ต.เปรม ถูกยิงเสียชีวิต เพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติมและตรวจสอบอาวุธปืน วิถีกระสุน ตลอดจนลายนิ้วมือของผู้ก่อเกตุเพื่อใข้ประกอบสำนวนการสืบสวนสอบสวน โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่พบว่าตามร่างกานของ ด.ต เปรม พบว่าถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่ลำตัว 3 นัด และบริเวณศรีษะอีก 1 นัด โดยรอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนของคนร้ายอย่างน้อย 2 ขนาด คาดว่ามาจากปืน 2 กระบอกตกอยู่ข้างศพ ประมาณ 4 นัด กระเป๋าสะพายของ ด.ต.เปรม ตกอยู่ 1 ใบ และมีอาวุธปืนประจำกาย ติดอยู่ที่เอวของ ด.ต.เปรม อีก 1 กระบอก ในลักษณะที่ยังไม่มีการซักออกมาจากซองปืนและไม่ได้มีการยิงแต่อย่างใด
ก่อนที่จะให้ทางเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยนำร่าง ด.ต.เปรม ส่งซันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดที่แผนกนิติเวช โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ โดยก่อนที่จะนำศพไปทางภรรยาของ ด.ต.เปรม ซึ่งได้เดินทางมาพร้อมลูกๆ และญาติอีกจำนวนหนึ่ง ต่างพากันร่ำไห้เสียใจต่อการจากไปของ ด.ต.เปรม โดยเฉพาะภรรยาที่ร่ำให้เข้าไปสวมกอดร่างอันไร้วิญญาณของสามี และหอมแก้มและหน้าผากด้วยความอาลัย พร้อมกับกล่าวบอกเรียกสามีให้เดินทางกลับบ้านด้วย สร้างความเศร้าใจแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ปฎิบัติหน้าที่อยู่บริเวณดังกล่าวเป็นมาก
ในขณะที่นางเอ (เขาขออสงวนชื่อและนามสกุล) จริง มารดาของนายวุฒิไกร ผู้ก่อเหตุในครั้งนี้กล่าวว่า ลูกชายปกติจะเป็นคนนิสัยดีร่าเริงและเป็นมิตรกับทุกคน ไม่มีพิษภัยอะไร กระทั่งไปทำงานเป็นตำรวจอยู่ใน จ.นราธิวาส ก็มีนิสัยที่เปลี่ยนไป จนกระทั่งเมื่อ 3 ปีก่อนต้องออกจากราชการ ซึ่งทางบ้านก็ไมาทราบว่าออกมาด้วยเหตุอะไร แต่เมื่อกลับมาก็ช่วยงานบ้านโดยเฉพาะส่งน้ำดื่มตามชุมชน และหมู่บ้านเพราะบ้านผลิตน้ำดื่ม ในอดีตยอมรับว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดบ้าง แต่ระยะหลังมานี้ไม่เคยเห็น พฤติกรรมเกี่ยวกับเรื่องผิดกฎหมาย ตนก็ไม่เห็นไม่เคยทราบ จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจค้นละเกิดเตุดังกล่าวขึ้น ซึ่งตนอยากขอให้ลูกชาย มอบตัวกับเจ้าหน้าหน้าที่ เพื่อต่อสู้กับความจริง
รายงานข่าวแจ้งว่า ทั้งนี้ก่อนเกิดเหตุ นายวุฒิไกร มีพฤติกรรมละอุปนิสัยชอบเล่นอาวุธปืน เคยก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าภานในหมู่บ้านอยู่บ่อยครั้ง และวันก่อนเหตุประมาณ 1-2 วันก็เคยยิงปืนขึ้นฟ้ามาครั้งหนึ่ง กระทั่งชาวบ้านในพื้นที่เกิดความหวาดผวาประกอบกับมีอาวุธปืนของคนในหมู่บ้านหายไป จึงคิดว่าจะถูกนำไปก่อเหตุในทางที่ไม่ดี และสงสัยว่านายวุฒิไกรอาจเป็นผู้ขโมยปืนเหล่านั้นไป จึงแจ้งทางตำรวจสภ.เวียงชัย ซึ่งทางตำรวจจึงขอหมายค้นเพื่อพิสูจน์ทราบความจริง จึงนำหมายค้นมาค้นบ้านเลขที่ 49 หมู่ 10 บ้านชัยภูมิ ต.เวียงชัย อ.เวียงชัย จ.เชียงราย ซึ่งเป็นบ้านบิดา มารดาของนายวุฒิไกร และนายวุฒิไกร ก็มาอาศัยบ้านหลังนี้อยู่ แต่ขณะตรวจค้นนายวุฒิไกร ได้หลบหนี ออกทางหลังบ้าน วิ่งลัดเลอะผ่านทางทุ่งนา โดยมี ด.ต.เปรม หนึ่งในชุมตรวจค้นวิ่งตามไปและมีตำรวจออีกนายวิ่งตามไป พอถึงกลางทุ่งนาห่างจากบ้านประมาณ 300 เมตร ตำรวจชุดติดตามได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอย่างน้อย 4 ครั้ง เมื่อไปดูก็พบว่า ด.ต.เปรม ถูกยิงเสียชีวิตแล้ว และนายวุฒิไกร ก็หลบหนีไปทางสวนของชาวบ้านก่อนที่จะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย.