บุรีรัมย์ เกิดเหตุไฟไหม้ทุ่งนา-ไร่อ้อยกว่า 100 ไร่กลุ่มควันพวยพุ่งระดมรถดับเพลิงจ้าละหวั่น

ภูมิภาค17 ก.พ. 2562 • 15:16 น.
บุรีรัมย์ เกิดเหตุไฟไหม้ทุ่งนา-ไร่อ้อยกว่า 100 ไร่กลุ่มควันพวยพุ่งระดมรถดับเพลิงจ้าละหวั่น
บุรีรัมย์เกิดเหตุไฟไหม้ทุ่งนาและไร่อ้อยใกล้กับแหล่งชุมชนกว่า 100 ไร่ ทั้งยังเกิดกลุ่มควันหนาแน่นพวยพุ่งเป็นวงกว้าง ชาวบ้านใกล้เคียงแตกตื่นหวั่นลามไหม้บ้าน ทั้งส่งผลกระทบกับรถที่สัญจรผ่านไปมองไม่เห็นทาง บางคันต้องจอดรอให้กลุ่มควันเบาบางบางคันตัดสินใจเลี้ยวกลับไปเส้นทางอื่นเพราะกลัวจะเกิดอุบัติเหตุ กู้ภัยฯ เทศบาล และ อบต.ระดมรถดับเพลิงเร่งฉีดน้ำดับไฟและเจือจางกลุ่มควัน วันที่ 17 ก.พ.62 เกิดเหตุไฟไหม้ทุ่งนา และไร่อ้อย บริเวณบ้านไทรโยง ม.3 ต.กระสัง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งใกล้กับห้างร้านจำหน่ายสินค้า และบ้านเรือนประชาชน โดยไฟได้โหมลุกไหม้อย่างรุนแรงขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว รวมเนื้อที่กว่า 130 ไร่ สร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง เกรงว่าไฟจะลามไหม้บ้านเรือนได้รับความเสียหาย และทำให้หายใจไม่ออก ทั้งยังเกิดกลุ่มควันหนาแน่นพวยพุ่งเป็นวงกว้าง ส่งผลกระทบกับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่สัญจรผ่านไปมาถนนสายบุรีรัมย์ – ลำปลายมาศ มองไม่เห็นทางทำให้เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ จนรถบางคันต้องจอดรอให้กลุ่มควันเบาบางลง หลายคันตัดสินใจเลี้ยวกลับไปใช้เส้นทางอื่น แต่บางคันที่จำเป็นต้องเดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าว ก็ต้องยอมเสี่ยงขับฝ่ากลุ่มควันไฟไป แต่ต้องค่อยๆ ขับผ่านเพราะไม่สามารถมองเห็นรถที่ขับสวนทางได้ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร หลังได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้ทุ่งนา และไร่อ้อย ทางมูลนิธิสว่างจรรยาธรรมสถานบุรีรัมย์ เทศบาล และ อบต.ใกล้เคียง ได้ระดมรถดับเพลิงเข้าฉีดน้ำดับไฟไม่ให้ลุกลามเป็นวงกว้าง และอาจจะลุกลามไหม้บ้านเรือนประชาชนได้ ทั้งเป็นการเจือจางกลุ่มควันด้วย นายสมนึก ไม้งาม กำนันตำบลกระสัง อ.เมืองบุรีรัมย์ กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านว่าเกิดเพลิงไหม้ทุ่งนา แล้วลุกลามไปยังไร่อ้อย จนขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว แต่เบื้องต้นยังไม่ทราบว่าไฟไหม้ในครั้งนี้ เกิดจากการจุดไฟเผาตอซังของ หรือมาจากสาเหตุอื่น ก็ต้องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอข้อเท็จจริง โดยไฟที่ลุกไหม้ในครั้งนี้ขยายพื้นที่กว้างกว่า 130 ไร่ แต่โชคดีที่ไม่ลุกลามไหม้บ้านเรือนหรือร้านค้าใกล้เคียง แต่เกิดกลุ่มควันที่ปกคลุมหนาแน่น ส่งผลกระทบกับรถที่สัญจรไปมามองไม่เห็นทางเป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร ต้องประสานเจ้าหน้าที่มาช่วยดับไฟ และอำนวยความสะดวกให้กับรถที่สัญจร ที่ผ่านมาหลังจาก ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกประกาศเป็นเขตควบคุมการเผาในทุกกรณี ก็ได้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชน และเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 และเสี่ยงอันตรายจากไฟลุกลาม แต่ก็ยังมีการลักลอบเผาอยู่อย่างต่อเนื่อง