จังหวัดพังงาคลายล็อคโรงงานไม้ยางพาราส่งออก
ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีโรงงานไม้ยางพาราส่งออกต่างประเทศ ประกาศปิดกิจการถาวร จาก คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อมีคำสั่งมีการกักตัวพนักงาน คนงาน ภายในโรงงาน จนไม่มีทีท่าจะเสร็จสิ้นการกักตัวของพนักงาน คนงาน ในโรงงานดังกล่าว
ล่าสุด ทางนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธารา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ให้แนวทางการปฏิบัติต่อโรงงานดังกล่าว ทางจังหวัดจะทำการสุ่มตรวจเป็นระยะๆ หากพบผู้ติดเชื้อจะนำเข้าโรงพยาบาลสนาม ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจะให้เข้าพัก กักตัว ที่ LQ ของทางอำเภอ พนักงาน คนงานที่ปลอดภัยให้ทำงานต่อไป เมื่อถึงระยะเวลาตรวจหาเชื้อทางเจ้าหน้าที่จึงจะเข้าตรวจเชื้อเพื่อความมั่นใจของพนักงาน คนงาน ของโรงงาน
ทำให้ฝ่ายบริหารของโรงงานนำขั้นตอนการปฏิบัติเข้าพิจารณาเพื่อหาหนทางในการปฏิบัติ เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางฝ่ายบริหารไม่เห็นหนทางการปฏิบัติที่ชัดเจนโดยเฉพาะเรื่องของการกักตัวที่ขยายระยะเวลาในการกักตัวอยู่ตลอด ทำให้ไม่สามารถเปิดเครื่องเพื่อการผลิตที่จะส่งสินค้าออกได้
โดยนายวรกฤต เพชรพาณิชย์ ผู้จัดการโรงงาน บ.เอส อี พี เวิร์ล ไวด์ จำกัด กล่าวว่า เมื่อจังหวัดผ่อนคลายล็อคให้แก่ทางโรงงานได้มีหนทางในการพิจารณาเพื่อเปิดดำเนินกิจการได้บ้าง จึงเห็นว่าทางออกเริ่มมีขึ้น ซึ่งทางโรงงานได้กำหนดมาตรการให้แก่ พนักงาน คนงาน ในการเว้นระยะห่าง ลดการสัมผัส สวมแมสตลอดเวลา ล้างมือให้สะอาด โดยเห็นได้ว่า พนักงาน คนงานทุกคนปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด สาเหตุจากการกลัวการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดจะติดต่อเข้าสู่ร่างกายของแต่ละบุคคล ทำให้เกิดการป้องกันตัวเองมากยิ่งขึ้น ส่วนทางโรงงานกังวล คือ การสอบสวนโรคของทางเจ้าหน้าที่ยังไม่มีความชัดเจน ที่ผ่านมาพบว่า การสอบสวนโรคเจ้าหน้าที่ได้ระบุบุคคลทุกรายที่ใกล้ชิดหรืออยู่ใกล้กับผู้ที่ติดเชื้อเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ซึ่งผู้สัมผัสเสี่ยงสูงต้องมีการกักตัว ทำให้บุคลากรของโรงงานที่มีอยู่จำกัดต้องขาดหายไปในปริมาณที่ไม่สามารถเปิดเครื่องในการผลิตได้ ทางโรงงานจึงต้องขอความชัดเจนจากเจ้าหน้าที่สอบสวนโรคหากพบมีผู้ติดเชื้อภายในโรงงานขึ้นอีก
ด้านนายเอกชัย หินน้อย หุ้นส่วน บ.วัฒนกร พาราวู้ดส์ จำกัด ต.บางเหรียง อ.ทับปุด จ.พังงา กล่าวว่า บริษัทตนเองเป็นคู่ค้าของ บ.เอส อี พี ฯ ซึ่งปิดกิจการตั้งแต่ทาง เอสอีพีฯ มีคำสั่งปิดโรงงาน เนื่องจากโรงงานตนเองต้องอบไม้ยางพาราที่ บ.เอสอีพีฯ การปิดโรงงานไม้ยางแปรรูปครั้งนี้จึงส่งผลกระทบโดยตรงทั้งโรงงานที่มีคำสั่งปิด และโรงไม้ยางพาราอื่นๆ เจ้าของโรงไม้ ลูกจ้าง พนักงาน ต้องหยุดชะงัก รายได้ไม่มีกระทบกับครอบครัว จึงขอให้ทางจังหวัดพังงาพิจารณาหาหนทางให้แก่โรงงานอุตสาหกรรมให้ดำเนินกิจการไปได้ควบคู่กับการควบคุมการแพร่เชื้อโควิด-19 ด้วย