น่าน-แพร่-พะเยา-เชียงราย บูรณาการท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์วัฒนธรรม และสุขภาพ
“การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม” กำลังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว ซึ่งทำให้องค์กรภาครัฐหลายองค์กรได้หันมาให้ความสำคัญในการใช้ทุนทางวัฒนธรรมของแต่ละชุมชนมาพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้น ขณะเดียวกันนโยบายของรัฐบาลก็ได้มีเป้าหมายในการนำทุนทางสังคมและ ศิลปะ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สะสมมาตั้งแต่อดีต มาสร้างงาน สร้างรายได้เพื่อจากการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เชิงวัฒนธรรม เชิงสุขภาพ
นางสาวชนิสา ชมศิลป์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน เปิดเผยว่า ภาคเหนือตอนบน มีความโดดเด่นทางด้านการท่องเที่ยวศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีที่เก่าแก่ มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งโบราณสถานที่ทรงคุณค่า แหล่งเรียนรู้ด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม ประเพณีภูมิปัญญาท้องถิ่น แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ รวมไปถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน การแต่งกาย ภาษา ชนเผ่า และสินค้า ที่มีเอกลักษณ์ของกลุ่มล้านนาตะวันออก
ทั้งนี้จังหวัดน่าน-แพร่-พะเยา-เชียงราย ได้บูรณาการ การท่องเที่ยวร่วมกัน ภายใต้โครงการบูรณาการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัด เพื่อประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวอนุรักษ์วัฒนธรรม และสุขภาพ และเพิ่มปริมาณจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 โดยนักท่องเที่ยวสามารถวางแผนเดินทางเชื่อมโยงท่องเที่ยว 4 จังหวัดน่าน โดยมีแหล่งท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์วัฒนธรรม และสุขภาพที่น่าสนใจมาแนะนำ
เริ่มต้นที่ จ.น่าน วัดภูมินทร์ สักการะพระปานเพื่อความเป็นสิริมงคล ชื่นชมความงามภาพจิตรกรรมฝาผนัง แสดงถึงชีวิตและวัฒนธรรมของยุคสมัยที่ผ่านมาตามพงศาวดารของเมืองน่าน โดยมีภาพเด่นคือ ภาพปู่ม่านย่าม่าน ซึ่งเป็นคำเรียกผู้ชายผู้หญิงชาวไทลื้อในสมัยโบราณกระซิบสนทนา ภาพนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นภาพที่งามเป็นเยี่ยมของวัดภูมินทร์
และออกเดินทางไปยังจังหวัดแพร่ เที่ยวชม อุทยานแพะเมืองผี พื้นที่ครอบคลุมตำบลแม่หล่าย ตำบลน้ำชำ ตำบลทุ่งโฮ่ง อำเภอเมือง แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่เกิดจากการพังทลาย การกัดเซาะของกระแสน้ำเป็นเวลานาน จนทำให้พื้นที่บางส่วนเป็นที่สูงต่ำ หน้าผาและเสาดินมีรูปทรงแตกต่างกัน ก่อให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงาม แวะนมัสการไหว้พระธาตุช่อแฮ วัดพระธาตุช่อแฮ เพื่อเป็นสิริมงคล ซึ่งเป็นวัดพระอารามหลวง ตั้งอยู่บนถนนช่อแฮ ตำบลช่อแฮ อำเภอเมืองแพร่ ถือเป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแพร่ พระธาตุช่อแฮ เป็นพระธาตุ1 ใน12 ราศี คือ เป็นพระธาตุประจำปีเกิด
สำหรับคน ที่เกิดปีเสือ (ปีขาล) และไปเที่ยวต่อพิพิธภัณฑ์เมืองแพร่ คุ้มเจ้าหลวง เป็นสถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 5 ยุคต้น ซึ่งมีรูปทรงเป็นแบบสถาปัตยกรรมไทยผสมยุโรปหรือทรงขนมปังขิง ซึ่งเป็นที่นิยมในสมัยนั้น จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้เก่าแก่ของเจ้าหลวงพิริยเทพวงศ์ และแม่เจ้าบัวไหล อาทิ เครื่องเรือน โต๊ะเสวย ถ้วยชาม เตียงนอน เครื่องแต่งกาย นั่งรถรางชมเมือง , ชมความงาม วัดจอมสวรรค์ วัดเก่าแก่โบราณมีเอกลักษณ์เฉพาะที่โดดเด่น มากมายไปด้วยศิลปวัตถุและโบราณวัตถุที่สวยงามและทรงคุณค่า สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยสร้างขึ้นด้วยแรงศรัทธาของชาวไทใหญ่ จากนั้นเดินกาดกองเก่า ชมวิถีชีวิต และสินค้าพื้นบ้าน ชม คุ้มวงศ์บุรี หรือ"บ้านสีชมพู" คุ้มของเจ้านายเมืองแพร่ในอดีต บ้านเก่าเรือนขนมปังขิง อายุกว่า 100 ปี
จังหวัดพะเยา วัดศรีโคมคำ ตั้งอยู่ริมกว๊านพะเยา อ.เมือง จ.พะเยา เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองพะเยา สร้างราวพุทธศตวรรษที่ 20 ประดิษฐาน พระเจ้าตนหลวง พระพุทธรูปใหญ่ที่สุด และเก่าแก่ที่สุดในแผ่นดินล้านนากราบพระเจ้าตนหลวง เรียนรู้เรื่องราว เล่าขานการก่อเกิด ตามตำนานเมือง เที่ยวแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง กว๊านพะเยา
และออกเดินทางไปจังหวัดเชียงราย จังหวัดเหนือสุดในสยาม เยี่ยมชมวัดร่องขุ่น อยู่ในท้องที่ตำบลป่าอ้อดอนชัย อำเภอเมือง ซึ่งก่อตั้งโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ซึ่งปรารถนาจะสร้างวัดให้เหมือนเมืองสวรรค์ที่มนุษย์สัมผัสได้ เริ่มสร้างตั้งแต่ พ.ศ.2540 จากเดิมมีเนื้อที่9 ไร่ ขึ้นกราบไหว้ สักการะพระธาตุดอยเวา พระบรมธาตุที่เก่าแก่องค์หนึ่งรองมาจากพระบรมธาตุดอยตุง ชมทิวทัศน์ซึ่งสามารถชมทิวทัศน์ในตัวเมืองแม่สาย และจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนม่าร์ ได้อย่างชัดเจน และ ไร่เชิญตะวัน ศูนย์กลางแห่งธรรมะและความสงบ ตั้งอยู่ที่บ้านใหม่สันป่าเหียง ต.ห้วยสัก อ.เมือง ได้ก่อสร้างขึ้นโดย พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ท่าน ว.วิชรเมธี) มีจุดประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่พระพุทธศาสนาสู่ประชาคมโลก เพื่อเป็นที่พักพิงจิตใจให้กับญาติโยมทั้งหลาย มีเนื้อที่กว่า 200 ไร่ ภายในไร่เชิญตะวันร่มรื่นไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ โอบล้อมไปด้วยภูเขา มีอากาศที่บริสุทธิ์ และเย็นสบายตลอดปี มีแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งความชุ่มชื่นให้กับพื้นที่แห่งนี้เป็นอย่างมาก