พ่อฉุนวัยรุ่นเจ้าถิ่นมาหาเรื่องลูกชายขับกระบะไล่มาเคลียร์ให้จบ แต่คู่กรณีขับหนีเสียหลักขาขาด

ภูมิภาค12 พ.ย. 2566 • 14:12 น.
พ่อฉุนวัยรุ่นเจ้าถิ่นมาหาเรื่องลูกชายขับกระบะไล่มาเคลียร์ให้จบ  แต่คู่กรณีขับหนีเสียหลักขาขาด

 

จักรพันธ์ นาทันริ ขอนแก่น 085-0017964

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 12 พ.ย.2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ได้เผยแพร่ภาพจากผู้ใช้เพจเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งได้โพสต์ภาพเหตุการณ์อุบัติเหตุลงในกลุ่ม “คนอำเภอชุมแพ” พร้อมข้อความระบุว่า “#อุบัติเหตุชุมแพ ! ! 11 พ.ย. 66 เหตุกระบะชนมอไซค์ มีผู้บาดเจ็บเบื้องต้น 3ราย อาการสาหัสขาขาดหลุดกระเด็น 1ราย กู้ภัยต้องช่วยกันส่องไฟหาชิ้นส่วน 20.30 น. บ้านหนองไผ่เหนือ ก่อนถึงบ้านโสกก้อง ต.วังหินลาด กระบะขับชนวัยรุ่นขับมอ'ไชค์ซ้อน3 บาดเจ็บสาหัสส่งร.พ. ขาขาดท่อนล่าง 1ราย คนขับกระบะชี้แจงว่าลูกชายโดนกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้ทำร้ายและขับ รถหนี เลยขับรถตาม บอกให้จอดรถ แต่ไม่ยอมจอด เลยขับพุ่งชนลกระเด็นคนละทาง รายละเอียด ข้อเท็จจริงคงต้องรอคำให้การทั้งสองฝ่าย (เป็น เพียงคำให้การของคนขับกระบะ)”

ในเวลาเดียวกันผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ สภ.ชุมแพ จ.ขอนก่น โดยพบกับ ร.ต.อ.สุพล ดุมกลาง รอง สว.(สอบสวน)สภ.ชุมแพ เพื่อขอทราบรายละเอียดของการเกิดอุบัติเหตุ ระหว่าวรถยนต์กระบะ โตโยต้า วีโก้ สีเทา หมายเลขทะเบียนขอนแก่น ชนกับรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีขาว  ไม่ติดทะเบียน มีคนเจ็บขาดขาขวาขาด 1 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ นายวรัญญู (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี อยู่บ้านม.8 ต.วังหินลาด อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น และรถจักรยานยนต์พังเสียหาย กลายเป็นเศษเหล็ก เหตุเกิดเมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา บนถนนสายชุมแพ-สีชมพู ในพื้นที่ บ้านหนองไผ่เหนือ ต.วังหินลาด อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น

ร.ต.อ.สุพล  กล่าวว่า หลังได้ รับแจ้งอุบัติเหตุ รถยนต์ชนรถจักรยานยนต์ มีผู้บาดเจ็บ เหตุเกิดที่บ้านหนองไผ่เหนือ ต.วังหินลาด จึงไปตรวจที่เกิดเหตุ  เมื่อไปถึงก็พบรถจักรยานยนต์ และรถยนต์ ตกลงไปในป่าข้างทาง โดยรถจักรยานยนต์ สภาพพังยับทั้งคัน ล้มอยู่ท้าย รถยนต์กระบะ โตโยต้า วีโก้ สีเทา หมายเลขทะเบียน  ขอนแก่น และพบนายศราวุธ (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี อยู่บ้าน ม.4 ต.หนองไผ่ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น คนขับรถยนต์ ยืนอยู่ในที่เกิดเหตุ และพบ นายวรัญญู ได้รับบาดเจ็บขาขวาขาดที่บริเวณหน้าแข้ง นอกจากนี้พบนายจีระศักดิ์ (สงวนนามสกุล)อายุ 18 ปี อยู่บ้าน ม.9 ต.วังหินลาด อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นคนขับรถจักรยานยนต์ได้รับ บาดเจ็บเล็กน้อย เจ้าหน้าที่กู้ชีพ กู้ภัย ช่วยกันเก็บกู้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ จนพบขาท่อนล่างของนายวรัญญู ที่ขาดหายไป อยู่ใต้ท้องรถยนต์กระบะ จากนั้น จึงนำคนเจ็บและขาท่อนล่าง ส่งรพ.ชุมแพ เพื่อให้แพทย์ทำการช่วยเหลือจากนั้นได้นำรถคู่กรณีมาเก็บรักษาไว้ที่สภ.ชุมแพ และทำการสอบสวนคนขับรถยนต์ 

 

"ซึ่งนายศราวุธ  ให้การว่า  ก่อนเกิดเหตุ ในช่วงเย็นวันที่ 11 พ.ย.นั้น  รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้าน บ้านหนองไผ่เหนือว่า ลูกชาย อายุ 13 ปีชื่อ น้องเอ(นามสมมุติ) ถูกวัยรุ่น ในหมู่บ้านหนองไผ่ ทำร้าย ร่างกาย ขอให้มาพูดคุยกันที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน บ้านหนองไผ่เหนือ เมื่อพ่อรับแจ้งจึงไปที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน และขณะรอเจรจากับคู่กรณีที่ทำร้ายลูกชายนั้น ก็มีวัยรุ่น ในหมู่บ้านหนองไผ่ จำนวน 5 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ 2 คันมาจอดหน้าบ้านผู้ใหญ่บ้าน พร้อมกับเร่งเครื่องเสียงดัง  โดยมีชาวบ้านบอกว่า ทั้ง 5 คน คือวัยรุ่นที่รุมทำร้าย ด.ช.เอ เมื่อพ่อได้ยิน จึงรีบเดินออกไป เพื่อเรียก 5 คนมาคุย แต่ทั้ง 5 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกไปอย่างรวดเร็ว พ่อจึงขับรถยนต์ตามไป จนเกิดอุบัติเหตุ ทำให้มีคนเจ็บขาขาด และรถเสีญหายดังกล่าว"

 

ร.ต.อ.สุพล กล่าวต่ออีกว่าหลังการสอบสวนคนขับรถรถยนต์ ก็ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด เพราะต้องสอบสวนฝ่ายคนเจ็บ 3 คน คือนายจีรศักดิ์ (สงวนนามสกุล)อายุ 18 ปี คนขับรถจักรยานยนต์ นายศราวุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี คนนั่งกลาง และนายวรัญญู (สงวนนามสกุล) อายุ19 ปี คนนั่งซ้อนท้ายและบาดเจ็บขาขวาขาด ซึ่งต้องสอบสวนให้ครบทั้ง 3 คนก่อน และหาก 3 คน จะเอาเรื่องและต้องการร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่ม ก็จะเรียกคนขับรถยนต์มาสอบสวนเพิ่มเติม จากนั้นจจะมีการแจ้งข้อกล่าวหา

 นายศราวุธ (สงวนนามสกุล)อายุ 37 ปี อยู่บ้านม.4 ต.หนองไผ่ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น คนขับรถกระบะ กล่าวว่า อุบัติเหตุนี้เป็นเหตุการณ์ต่อเนื่อง ภายหลังจากลูกชายถูกกลุ่มวัยรุ่นต่างหมู่บ้านรุมทำร้ายร่างกาย หลังจากพาแฟนและแม่แฟนไปทำการรักษาแบบวิธีแพทย์แผนไทย ซึ่งมีกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้าย ซึ่งช่วงที่ลูกชายโดนทำร้ายนั้นมีชาวบ้านเห็นเหตุการณ์หลายคน แฟนของลูกชายก็ถูกตีตามร่างกายไปด้วย และโดนทำร้ายต่อหน้าเพื่อนๆ และแม่แฟน และชาวบ้าน ก่อนที่จะพาไปแจ้งผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งผู้ใหญ่บ้านโทรศัพท์มาบอกว่าลูกชายโดนทำร้าย จึงเดินทางไปที่บ้านผู้ใหญ่บ้านทันที เพื่อสอบถามรายละเอียดและดูบาดแผลลูกชาย โดยมีเพื่อนๆของลูกชายเห็นเหตุการณ์อยู่ด้วย ขณะที่ผู้ใหญ่บ้านพอจะทราบตัวว่าเป็นใครและได้ไปตามมาพูดคุยให้ แต่อีกฝ่ายไม่ยอมมาพูดคุยไม่ยอมมาเจอหน้า

"ระหว่างที่รอผู้นำไปตามมา ได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ขับขี่เสียงดัง มีการตะโกนขับขี่โหวกเหวกโวยวายเสียงดัง ลักษณะเหมือนก่อกวน ก่อนจะมีคนบอกว่าคนนั้นแหละที่ทำร้ายลูกชายตนเอง ตนเองจึงบอกเดี๋ยวจะไปตามมาพูดคุยไกล่เกลี่ยกันที่บ้านผู้ใหญ่บ้านให้ได้ มันจะได้จบ จึงขับรถกระบะตามไป โดยกลุ่มวัยรุ่นขับรถจักรยานยนต์มา 2 คัน คันนึงซ้อน 3 อีก คันซ้อน 2 เมื่อขับตามมาถึงทางแยก คันที่ซ้อน 2 คันเลี้ยวเข้าหมู่บ้านไป ส่วนอีกคันที่ซ้อน 3 ขับตรงไป ตนเองจึงขับตามคันที่จะตามได้สะดวกก่อนเพื่อจะได้เรียกจอดจะได้ติดตามที่เหลือมาคุยกันที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน พอมาถึงทางคู่ขนานสามารถตีคู่ขึ้นมาได้ ก่อนจะตีคู่แล้วลดกระจกลงบอกให้จอดก่อน ให้มาคุยกันก่อน อย่าขับหนีไม่มีอะไรมาคุยกันก่อน ซึ่งมี 1 ในวัยรุ่นซ้อน 3 นั่งอยู่ตรงกลาง ไม่ใส่เสื้อ บอกให้คนขับรีบขับหนีไปไม่ต้องจอด ซึ่งรถตนเองตีคู่อยู่พยายามจะเรียกให้จอดทั้งดูข้างทาง แต่รถจักรยานยนต์ไม่จอดก่อนจะได้ยินเสียงชนแล้วรถก็ไถลไป ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาหรือตั้งใจชนตามที่มีการโพสต์ในโซเชียล ซึ่งไม่ได้มีการมาสอบถามตนเองแบบนักข่าว แต่เขียนเอาเองแล้วนำไปลง มีเพียงแค่ถามนิดๆหน่อยๆแล้วเอาไปลง ซึ่งยืนยันว่าไม่มีเจตนาชนหรือตั้งใจ เพราะหากตั้งใจคงชนไปนานแล้ว แถมเด็กๆเหล่านี้เจ็บ ตนเองก็หาน้ำให้กิน อยู่ที่เกิดเหตุรอตำรวจมา"

ด้าน ด.ช.เอ (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี ลูกชายของเจ้าของรถกระบะ กล่าวว่า ขณะขับรถไปหาแฟนกับแม่แฟนเพื่อพาไปทำธุระ ซึ่งอยู่อีกหมู่บ้านในตำบลเดียวกัน อยู่ๆ มีกลุ่มวัยรุ่นหลายคนเดินมาทางตนเองอยู่ แล้ว 1 ในนั้นชี้มาที่ตนเองแล้วหาว่าตนเองไปมองหน้า ก่อนจะหันไปบอกกับพรรคพวกที่มาด้วยกันว่า คนนี้แหละพี่ที่มีเรื่องกับผม ด้วยความงงที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ก็ถามไปว่าคนไหนครับ พอพูดจบก็โดนต่อยที่คางอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่แฟนจะเข้ามากันช่วย แต่กลุ่มวัยรุ่นไม่สนใจรุมทำร้ายทั้งตัวเองและแฟน ทั้งเตะ ทั้งต่อย ก่อนจะมีคนตะโกนขึ้นมา พวกกลุ่มวัยรุ่นจึงพากันขับรถจักรยานยนต์หนีไป ครอบครัวแฟนจึงพาไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านและแจ้งความกับตำรวจ และก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน เคยเห็นคนที่ชี้บอกพรรคพวกว่ามีเรื่องกับตนเอง แต่ครั้งนั้นก็ไม่ได้มีเหตุการณ์ที่ได้พูดคุยกันหรือมีปากเสียงกันแต่อย่างใด เพราะไม่รู้จักกัน กระทั่งพาพวกมารุมทำร้ายในครั้งนี้