ศาลยะลา อ่านคำพิพากษาคดีแม่ลูกฉ้อโกงประชาชน สั่งจำคุก 114 ปี

ภูมิภาค24 ก.พ. 2565 • 15:38 น.โดย วีระยุทธ แสงโนรี
ศาลยะลา อ่านคำพิพากษาคดีแม่ลูกฉ้อโกงประชาชน สั่งจำคุก 114 ปี
วันที่ 24 ก.พ.65 เวลา 20.10 น. ที่ร้านประเทืองเขตเทศบาลนครยะลา ได้มีการแถลงข่าว คดีหลอกร่วมลงทุน ฉ้อโกงประชาชน ที่ประชาชนให้ความสนใจอีกคดีหนึ่ง ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 63 จนกระทั้งศาลจังหวัดยะลา ได้มีคำพิพากษาตัดสินคดีดังกล่าว ในวันนี้ (24 ก.พ.65) ดร.พรทิพย์ พิมพ์สุรโสภณ ทนายความโจทก์ร่วมในคดีฉ้กโกงประชาชน กล่าวว่า ศาลจังหวัดยะลาได้อ่านคำพิพากษาในคดีดังกล่าว ซึ่งมีผู้เสียหายหรือโจทก์จำนวน 38 ราย ส่วนจำเลยคือ น.ส.ทรรศนา ไพรสนธิ์ หรือนิตนารา นิลสุวรรณ และนางตวงทิพย์ ไพรสนธิ์ ข้าราชการบำนาญ อาศัยอยู่ในพื้นที่ หมู่ที่ 4 ถนนพรุจูด ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในคดีฉ้อโกงประชาชน (แชร์ลูกโซ่ในจังหวัดยะลา) ที่ศาลได้ให้ความยุติธรรมโดยพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองได้กระทำความผิด ให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสอง รวมจำคุกคนละ 114 ปี 152 เดือน และให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายทั้งหมดจำนวนเงินทั้งสิ้น 25,293,300 บาท แก่ผู้เสียหายทั้งหมด 38 ราย ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ทางนำสืบของจำเลยทั้งสอง เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงให้จำคุกจำเลยทั้งสองมีกำหนดคนละ 20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (2) ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินหรือชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวด้วย ด้านนางสาวปัญญภัสส์ จงกลพืช ผู้เสียหาย 1 ใน 38 ราย ได้กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่ศาลได้มีคำตัดสินที่ให้ความเป็นธรรมและขอขอบคุณพนักงานสอบสวน สภ.เมืองยะลา ที่ได้ให้ความสนใจในคดีดังกล่าว สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว และเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย รวมทั้งอัยการด้วยที่ดำเนินการส่งฟ้องได้เร็ว จนสามารถที่จะลงโทษผู้กระทำความผิดได้ นอกจากนี้ขอฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังกับการหลอกลวงที่มาในรูปแบบของแชร์ลูกโซ่หรือหลอกลวงให้มีการลงทุนร่วม ซึ่งปัจจุบันเกิดขึ้นเยอะมากในบ้านเรา จึงขอฝากเตือนอย่าได้หลงเชื่อโดยเด็ดขาด