ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ จี้หาตัวคนเผาวัชพืชในอ่างห้วยจระเข้มาก ลุกลามไหม้กว่า 500 ไร่ ดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด

ภูมิภาค5 ก.พ. 2563 • 19:16 น.
ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ จี้หาตัวคนเผาวัชพืชในอ่างห้วยจระเข้มาก ลุกลามไหม้กว่า 500 ไร่ ดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด
ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ ระดมส่วนราชการ กำลังทหาร อาสาสมัคร และชาวบ้านช่วยกันดับไฟไหม้วัชพืชในอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก ซึ่งลุกลามเป็นบริเวณกว้างกว่า 500 ไร่ เพื่อไม่ให้มลพิษทางทางอากาศเกินค่ามาตรฐาน PM 2.5 พร้อมสั่งการให้หาผู้จุดไฟเผาไปดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด วันนี้ (5 ก.พ. 63) นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่อ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก บริเวณจุดชมนก ศูนย์อนุรักษ์นกกระเรียนพันธุ์ไทย ต.สะแกโพรง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมีไฟกำลังลุกลามไหม้วัชพืช หญ้าแห้งภายในพื้นอ่างเก็บน้ำฯ อย่างรวดเร็วกว่า 500 ไร่ ส่งผลให้มีกลุ่มควันไฟปกคลุมเป็นบริเวณกว้าง โดยมีกำลังทหารจากมณฑลทหารบกที่ 26 เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อาสาสมัครต่างๆ ตลอดทั้งชาวบ้านช่วยกันดับไฟไม่ให้ลุกลามเพิ่มเติม และลดการเกิดมลพิษทางอากาศ ค่า PM 2.5 ที่อาจเกินค่ามาตรฐาน ซึ่งการดำเนินการดับไฟเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ของอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก รถดับเพลิงไม่สามารถเข้าถึงได้ ต้องใช้กำลังคน และรถไถนาทำการไถดับไฟ จนสามารถสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลามขยายพื้นที่เพิ่มได้ โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ด้านนายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า การเนินการในครั้งนี้ประการแรกคือต้องสกัด หรือดับไฟให้เร็วที่สุด แต่ด้วยความโชคดีที่มีร่องชักน้ำอยู่เดิมที่ผันน้ำจากฝายบ้านยาง อำเภอลำปลายมาศ ขวางกันอยู่ ไฟจึงไม่สามารถลุกลามไปต่อได้ ประการที่ 2 คือ ได้สั่งการให้ชลประทานบุรีรัมย์ และผู้แทนของอำเภอเมืองบุรีรัมย์ ไปแจ้งความดำเนินคดี หาตัวผู้กระทำผิด หรือผู้ที่จุดไฟไปดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ เนื่องจากเป็นที่สาธารณะ และก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบนิเวศน์ ก่อให้เกิดกลุ่มควันหนาแน่นปกคลุมเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งเกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของจังหวัดบุรีรัมย์อย่างมากมาย เช่น ค่า PM 2.5 ที่อาจเกินค่ามาตรฐาน ซึ่งจังหวัดบุรีรัมย์จะมีงาน บุรีรัมย์มาราธอน มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางสู่จังหวัดบุรีรัมย์เป็นจำนวนมาก จึงอยากให้พี่น้องประชาชนช่วยกันงดการเผาที่ก่อให้เกิดควันทุกชนิด และงดการเผาอ้อย ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมืองอย่างร้ายแรง และได้กำชับให้ทุกภาคส่วนดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดกับผู้ที่กระทำผิดอย่างเฉียบขาด