ญาติหนุ่มป่าไม้ยิงลูกเลี้ยงดับ​ ก่อนพบศพปลิดชีพตัวเอง​ อโหสิคู่กรณี​ ไม่ขอจองเวรเตรียมเผาพรุ่งนี้

ภูมิภาค22 มี.ค. 2565 • 11:49 น.
ญาติหนุ่มป่าไม้ยิงลูกเลี้ยงดับ​ ก่อนพบศพปลิดชีพตัวเอง​ อโหสิคู่กรณี​ ไม่ขอจองเวรเตรียมเผาพรุ่งนี้
ญาตินำศพหนุ่มป่าไม้ปืนโหดยิงลูกเลี้ยงดับตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดป่าไม้สหกรณ์ ใกล้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าจ.บุรีรัมย์ที่ผู้ตายทำงาน เตรียมเผาพรุ่งนี้ ก่อนนำกระดูกกลับไปทำบุญที่บ้านเกิดจ.อำนาจเจริญ แม่และครอบครัวอโหสิกรรมให้คู่กรณีไม่ขอจองเวรต่อกันเพราะต่างฝ่ายต่างสูญ วันนี้( 22 มี.ค.65)​ ความคืบหน้ากรณีที่นายพิทพิรุณ (สงวนนามสกุล)​ อายุ 45 ปี เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ประจำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่จ.บุรีรัมย์ ที่นำรถยนต์ และปืนลูกซองยาวของทางราชการ ไปก่อเหตุยิงถล่มรถยนต์ และบ้านอดีตภรรยา ที่ ต.หูทำนบ อ.ปะคำ เมื่อช่วงกลางดึกคืนวันที่ (13 มี.ค.65) ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้นายณัฐพงษ์ (สงวนนามสกุล)​อายุ 20 ปี ลูกเลี้ยงของอดีตภรรยา ถูกกระสุนเจาะบริเวณลำคอเสียชีวิคาบ้าน โดยชนวนเหตุเกิดจากความหึงหวง เนื่องจากเห็นอดีตภรรยาซึ่งขอเลิกรากับนายพิทพิรุณ ได้ประมาณ 1 เดือนเศษอยู่กับแฟนใหม่ที่บ้าน จึงเกิดความแค้นและก่อเหตุสลดดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ออกติดตามล่าตัวผู้ต้องหาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเมื่อวานนี้ (21 มี.ค.65) เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนได้ไปพบ ศพนายพิทพิรุณ ผู้ต้องหา ผูกคอเสียชีวิตกับต้นสุรามีฤทธิ์ บริเวณลำธารในเขตป่าร้อยรู ห่างจากหน่วยพิทักษ์ป่าละเลิงร้อยรูประมาณ 2 – 3 กม. คาดว่าน่าจะปลิดชีพตัวเองเพื่อหนีความผิดที่ก่อเอาไว้ ทั้งนี้ยังพบอาวุธปืนลูกซองยาวของกลางซึ่งเป็นปืนหลวงที่ขโมยไปก่อเหตุ วางอยู่ กระเป๋าเป้สำหรับใช้เสื้อผ้าและเสบียง 1 ใบ รองเท้าผ้าใบอีก 1 คู่ ล่าสุดวันนี้ (22 มี.ค.65) ครอบครัวของนายพิทพิรุณ ซึ่งเดินทางมาจาก​ จ.อำนาจเจริญ ได้ติดต่อขอรับศพของนายพิทพิรุณ ที่ รพ.โนนดินแดง หลังจากที่แพทย์ได้ทำการชันสูตรเรียบร้อยแล้ว เพื่อนำมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่ศาลาวัดป่าไม้สหกรณ์ ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ใกล้กับสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ที่ผู้ตายทำงานอยู่ เนื่องจากศพของนายพิทรุณ เน่าเปื่อยแล้วจึงไม่นำกลับไปที่บ้าน ซึ่งก็ได้ญาติพี่น้อง และเพื่อนร่วมงาน มาร่วมเคารพศพที่วัดอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้​ ทางครอบครัวก็มีกำหนดจะสวดอภิธรรมศพคืนนี้คืนเดียว และจะประกอบพิธีฌาปนกิจศพช่วงบ่ายวันพรุ่งนี้ (23 มี.ค.65) หลังจากนั้นทางครอบครัวก็จะนำกระดูกของนายพิทพิรุณ กลับไปประกอบพิธีทางศาสนาและทำบุญที่บ้านเกิด ที่​ จ.อำนาจเจริญ ต่อไป ด้านนางอุดม อายุ 74 ปี และนางสุพิชย์ อายุ 42 ปี แม่และน้องสาว นายพิทพิรุณ บอกว่า เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังทำใจไม่ได้ที่นายพิทพิรุณ ตัดสินใจปลิดชีพตัวเองเพราะก่อนหน้านี้คนในครอบครัวต่างก็ภาวนาขอให้นายพิทพิรุณ มอบตัวและเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย แต่เนื่องจากผู้ตายเป็นคนไม่ชอบระบายความทุกข์หรือปัญหาให้ครอบครัวฟัง และคิดว่าที่ตัดสินใจแบบนี้เพราะไม่อยากให้ครอบครัวเดือดร้อนด้วย เพราะถ้าตัวเองถูกจับติดคุกก็ต้องลำบากคนในครอบครัวด้วย อย่างไรก็ตาม​ ในเมื่อนายพิทพิรุณ ก็เสียชีวิตไปแล้วก็ขออโหสิกรรม ให้คู่กรณีไม่อยากให้จองเวรจองกรรมต่อกันอีก เพราะต่างฝ่ายต่างก็สูญเสียเหมือนกัน เช่นเดียวกับนางบัวไล น้าของนายพิทพิรุณ บอกว่า หลังจากทราบข่าวว่าหลานไปยิงลูกเลี้ยงเสียชีวิต ก็ตกใจไม่คิดว่าหลานจะก่อเหตุแบบนี้ กระทั่งมาทราบอีกทีหลังผ่านไป 1 สัปดาห์ว่าหลานผูกคอเสียชีวิตในป่าแล้ว ซึ่งตนก็คิดอยู่แล้วว่าหลานคงจะเลือกปลิดชีพตัวเองมากกว่าที่จะยอมติดคุก เพราะหลานเป็นคนใจเด็ด และคงไม่อยากให้ครอบครัวเดือดร้อนด้วย แต่ก็ขอให้ต่างฝ่ายต่างอโหสิกรรมให้แก่กัน เพราะก็สูญเสียกันทั้งสองฝ่าย