พมจ.บุรีรัมย์ยื่นมือช่วย 3 พี่น้อง รับน้อง 2 คนเข้าบ้านพักเด็กฯ เร่งดูแลพี่ชายวัย 13 ปีพร้อมวางแผนอนาคต
พมจ.บุรีรัมย์ลงพื้นที่ช่วยเหลือ 3 พี่น้อง หลังพ่อถูกจำคุกและเด็กต้องใช้ชีวิตกันเองในบ้านที่ขาดความพร้อม ล่าสุดรับน้องวัย 11 และ 9 ปีเข้าสู่การดูแลของบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดบุรีรัมย์ ส่วนพี่ชายวัย 13 ปี มอบญาติดูแลชั่วคราว พร้อมเร่งตรวจสารเสพติดและประเมินแนวทางช่วยเหลือระยะยาว ยืนยันหากพบเด็กไม่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างเหมาะสม เจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าคุ้มครองสวัสดิภาพตามกฎหมาย
วันที่ 27ส.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี3พี่น้องในพื้นที่หมู่3ต.สะแกซำ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งก่อนหน้านี้ น.ส.เจนจิรา เจริญรัมย์ อายุ23ปี ป้าของเด็ก ได้โพสต์เรื่องราวและภาพสภาพความเป็นอยู่ของเด็กทั้ง3คน เพื่อขอความช่วยเหลือจากสังคม หลังพ่อถูกจำคุกในคดีลักทรัพย์ ทำให้เด็กต้องใช้ชีวิตอยู่กันเอง ท่ามกลางความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก
เด็กทั้ง3คน ได้แก่ ด.ช.วันชัย หรือน้องวา อายุ13ปี ด.ญ.น้ำหวาน อายุ11ปี และ ด.ช.ลีวาย อายุ9ปี โดยก่อนหน้านี้พบว่าบ้านไม่มีไฟฟ้าและน้ำใช้ ห้องน้ำไม่สามารถใช้งานได้ และเด็กต้องช่วยเหลือกันเอง โดยเฉพาะน้องวา พี่ชายคนโตที่ต้องก่อไฟ หุงข้าว และหารับจ้างเล็กๆ น้อยๆ เพื่อช่วยดูแลน้อง

ล่าสุด นางปิยนาฏ เสงี่ยมศักดิ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า หลังรับทราบเรื่อง ทาง พมจ.บุรีรัมย์ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ รวมถึงเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดบุรีรัมย์ ลงพื้นที่ พร้อมนายอำเภอ ปลัดอำเภอผู้รับผิดชอบประจำตำบล นายก อบต.สะแกซำ กำนัน ผู้นำชุมชน ร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งพบว่าสภาพปัญหาเป็นไปตามที่ปรากฏในข่าว และขณะนี้พ่อของเด็กถูกจำคุกในคดีลักทรัพย์อยู่จริง

จากการพิจารณา ทาง พมจ.และบ้านพักเด็กฯ ได้รับเด็ก2คน คือ ด.ญ.น้ำหวาน อายุ11ปี และ ด.ช.ลีวาย อายุ9ปี เข้าสู่ความดูแลของบ้านพักเด็กฯ เป็นการเบื้องต้น เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลในเรื่องความเป็นอยู่ ความปลอดภัย และการศึกษาอย่างเหมาะสม ส่วน ด.ช.วันชัย หรือน้องวา อายุ13ปี พี่ชายคนโต ขณะนี้ยังไม่ได้รับเข้าสู่บ้านพักเด็กฯ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการตรวจหาสารเสพติด หลังได้รับข้อมูลว่าอาจมีการใช้สารเสพติด โดยในระหว่างดำเนินการได้มอบหมายให้ญาติ ซึ่งเป็นน้องของพ่อเด็ก ช่วยดูแลน้องวาไปก่อน หากผลตรวจพบสารเสพติด เด็กจะเข้าสู่กระบวนการบำบัดและดูแลตามขั้นตอนที่เหมาะสม โดยเจ้าหน้าที่จะติดตามและประเมินสถานการณ์ของน้องวาอย่างใกล้ชิด

นางปิยนาฏ กล่าวว่า หลังจากนี้ พมจ.บุรีรัมย์จะติดตามและประเมินสภาพครอบครัว รวมถึงสำรวจว่ามีญาติคนใดสามารถรับเด็กไปอุปการะและดูแลได้หรือไม่ หากมีญาติที่มีความพร้อม ทางหน่วยงานสามารถสนับสนุนในเรื่องค่าใช้จ่ายและการเลี้ยงดูได้
แต่หากพบว่าครอบครัวหรือญาติไม่สามารถดูแลเด็กได้อย่างเหมาะสม ก็จะพิจารณาแนวทางให้เด็กอยู่ในความดูแลของหน่วยงานเป็นการชั่วคราว หรือดำเนินการตามมาตรการคุ้มครองเด็กที่เหมาะสม โดยยืนยันว่าจะพิจารณาเป็นรายกรณี เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับเด็ก
ส่วนความกังวลของญาติและชาวบ้านว่า หากพ่อของเด็กพ้นโทษออกมาแล้ว อาจกลับมาตามลูกไปอยู่ด้วยและทำให้เด็กกลับไปใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเหมือนเดิมนั้น นางปิยนาฏ กล่าวว่า ขอให้ทุกฝ่ายไม่ต้องกังวล เพราะการทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปตามกฎหมาย โดยเฉพาะ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก หากตรวจสอบพบว่าเด็กไม่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างเหมาะสม หรือผู้ปกครองไม่สามารถให้การดูแลเด็กได้ตามมาตรฐานขั้นต่ำ เจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าคุ้มครองและแยกเด็กออกจากสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย รวมถึงสามารถพิจารณาระงับอำนาจปกครองของบิดาได้ทั้งชั่วคราวหรือถาวร ตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของแต่ละกรณี
นางปิยนาฏ ยืนยันว่า หน่วยงานจะติดตามกรณีนี้อย่างใกล้ชิด และจะพิจารณาแนวทางช่วยเหลือเด็กทั้ง3คนอย่างเหมาะสม โดยมีเป้าหมายสำคัญคือให้เด็กได้รับการดูแลอย่างปลอดภัย มีความเป็นอยู่ที่เหมาะสม และมีโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอให้ญาติและชาวบ้านสบายใจได้ว่า หน่วยงานจะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็กทั้ง3คน