พิษรักแรงหึง! ผัวถูกสงสัยฆ่ารัดคอเมียดับคาห้องเช่า ก่อนขับรถชนเสียชีวิตที่อยุธยา

ภูมิภาค28 ส.ค. 2569 • 15:57 น.
พิษรักแรงหึง! ผัวถูกสงสัยฆ่ารัดคอเมียดับคาห้องเช่า ก่อนขับรถชนเสียชีวิตที่อยุธยา

เกิดเหตุหญิงวัย 30 ปี เสียชีวิตภายในห้องเช่าพื้นที่ อ.หนองแค จ.สระบุรี เบื้องต้นพบเข็มขัดรัดอยู่บริเวณลำคอ ขณะที่สามีวัย 33 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่สงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ด้านตำรวจเร่งตรวจสอบพยานหลักฐานและกล้องวงจรปิด เพื่อคลี่คลายข้อเท็จจริงทั้งหมด

วันที่ 28 สิงหาคม 2569 พ.ต.ท.ธนโชค โชคพัฒนทวี สว.สส.สภ.หนองแค ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่าเกิดเหตุฆาตกรรมภายในห้องเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 8 ต.หนองปลิง อ.หนองแค จ.สระบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์จากโรงพยาบาลหนองแค และเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดหนองแค เข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวชั้นเดียวแบ่งเป็นห้องเช่า ห้องหมายเลข 14 ภายในพบร่าง นางสาวสุรีย์พร (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอน สวมกางเกงขายาวสีดำและเสื้อยืดคอกลมสีชมพู โดยพบเข็มขัด 1 เส้นอยู่บริเวณลำคอ

จากการตรวจสอบเบื้องต้นภายในห้อง ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจึงเข้าตรวจสอบและเก็บวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ ขณะที่แพทย์จากโรงพยาบาลหนองแคตรวจสอบร่างผู้เสียชีวิต เบื้องต้นไม่พบบาดแผลตามร่างกาย และคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 6 ชั่วโมง โดยต้องส่งศพไปชันสูตรเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลหนองแค เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด จากข้อมูลเบื้องต้น นางสาวสุรีย์พรใช้ชีวิตคู่กับนายชนสรณ์ อายุ 33 ปี มาประมาณ 14 ปี และมีบุตรด้วยกัน 2 คน เป็นชาย 1 คน และหญิง 1 คน

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่านายชนสรณ์ ซึ่งเป็นสามีของผู้เสียชีวิต ได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเสียชีวิตในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ภายหลังเกิดเหตุที่ห้องเช่า เจ้าหน้าที่จึงอยู่ระหว่างตรวจสอบความเชื่อมโยงของเหตุการณ์ทั้งสอง รวมถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดและพยานหลักฐานต่าง ๆ เพื่อหาข้อเท็จจริง

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบรถจักรยานยนต์ของนางสาวสุรีย์พรจอดอยู่ภายในสถานีบริการน้ำมัน ปตท.ริมถนนพหลโยธิน จึงเตรียมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อหาข้อมูลว่ารถจักรยานยนต์ถูกนำไปจอดไว้เมื่อใด และใครเป็นผู้นำไปจอด

ด้านนางสาวณัฐนรี อายุ 28 ปี น้องสาวผู้เสียชีวิต เล่าว่า ช่วงประมาณ 08.00 น. ตนเดินทางมาหาพี่สาวที่ห้องเช่า แต่พบว่าประตูห้องล็อกอยู่ จึงเดินทางกลับบ้าน กระทั่งต่อมาเห็นการไลฟ์สดเกี่ยวกับอุบัติเหตุรถชนและพบว่าผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุคือพี่เขย จึงเกิดความสงสัยว่าหากพี่เขยเสียชีวิตแล้ว พี่สาวของตนอยู่ที่ไหน จึงนำกุญแจสำรองกลับมาเปิดห้อง และพบพี่สาวนอนเสียชีวิตอยู่ภายใน

น้องสาวผู้เสียชีวิตยังให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้พี่สาวและพี่เขยมักมีปากเสียงกัน เนื่องจากพี่สาวมีชายอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ทั้งคู่ยังไม่ได้เลิกรากันโดยเด็ดขาดและยังไปมาหาสู่กันอยู่ ส่วนรถจักรยานยนต์ของพี่สาวที่พบจอดอยู่ในปั๊มน้ำมันนั้น ยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้นำไปจอด

ด้านนางรัตนา อายุ 52 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เคยแนะนำให้ลูกสาวกลับไปอยู่ที่บ้าน เนื่องจากลูกสาวและลูกเขยมีปัญหาทะเลาะกันอยู่บ่อยครั้ง อย่างไรก็ตาม ในมุมของตน ลูกเขยเป็นคนดี คอยดูแลและเอาใจใส่ลูกสาว จึงไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น

ขณะที่นางมาลัย อายุ 59 ปี แม่ของนายชนสรณ์ กล่าวว่า ทั้งคู่มีปัญหากันและทะเลาะกันแล้วกลับมาคืนดีกันอยู่หลายครั้ง โดยใช้ชีวิตคู่กันมาประมาณ 14 ปี ส่วนตัวเชื่อว่าสาเหตุอาจเกี่ยวข้องกับความหึงหวง เนื่องจากมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ของฝ่ายหญิง โดยคืนก่อนเกิดเหตุลูกชายไม่ได้กลับมานอนที่บ้าน จึงคาดว่าอาจออกไปติดตามภรรยา ก่อนจะทราบภายหลังว่าลูกชายประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต

ด้านนางสาวหญิง (นามสมมติ) เพื่อนของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตเพิ่งย้ายมาเช่าห้องดังกล่าวได้ไม่ถึง 1 เดือน และกำลังจะเริ่มงานใหม่ โดยมีแผนไปตรวจสุขภาพเพื่อใช้ประกอบการทำงาน ทั้งยังทราบว่าผู้เสียชีวิตยังมีทะเบียนสมรสกับสามี และมีปัญหาครอบครัวเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ จึงแยกออกมาเช่าห้องพักอยู่ต่างหาก แต่สามียังเดินทางมาหาเป็นระยะ

เพื่อนของผู้เสียชีวิตยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้เคยมีเหตุเกี่ยวกับชายอีกคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ โดยมีเหตุทำร้ายร่างกายและความเสียหายต่อรถยนต์เกิดขึ้น จนมีการแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สภ.ท่าเรือ และอยู่ระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบผลชันสูตรศพ รวมถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดและเส้นทางการเดินทางของผู้เกี่ยวข้อง เพื่อคลี่คลายสาเหตุการเสียชีวิตและตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างเหตุการณ์ที่ห้องเช่าใน จ.สระบุรี กับอุบัติเหตุใน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป