ครูบุรีรัมย์เริ่มมีหวัง! แบกหนี้ค้ำประกันกว่า 16 ล้าน อัยการ-สพฐ.ช่วย เตรียมเจรจาธนาคาร

ภูมิภาค28 ส.ค. 2569 • 16:30 น.
ครูบุรีรัมย์เริ่มมีหวัง! แบกหนี้ค้ำประกันกว่า 16 ล้าน อัยการ-สพฐ.ช่วย เตรียมเจรจาธนาคาร

ครูบุรีรัมย์ที่ต้องเผชิญภาระหนี้จากการค้ำประกันเงินกู้ให้เพื่อนร่วมวิชาชีพรวมกว่า 16 ล้านบาท เริ่มมีความหวัง หลังสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดบุรีรัมย์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1 และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เข้ามาประสานช่วยเหลือ เตรียมเจรจาไกล่เกลี่ยกับธนาคารในวันที่ 3 กันยายนนี้ 

ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้าจากกรณีที่  นางภิมร์ลภัส  หรือครูติ๋ว  อายุ 47 ปี  ข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่งที่จังหวัดบุรีรัมย์  ที่ถูกเพื่อนร่วมวิชาชีพ 4 คน ลอยแพให้แบกรับภาระชำระหนี้สินรวมกว่า 16 ล้านบาท   หลังจากเซ็นค้ำประกันเงินกู้ทั้ง 4  คน เมื่อปี 2553 ตั้งแต่ช่วงที่เคยสอนโรงเรียนเอกชนด้วยกัน  ซึ่งเป็นลักษณะเวียนกันค้ำ   แต่ครูทั้ง 4 คน ได้ผิดนัดชำระหนี้ที่กู้   จนโดนธนาคารฟ้องร้องกรณีผิดชำระ และไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการประนอมหนี้   แต่กลับยอมให้ตัวเองเป็นบุคคลล้มละลาย  เพื่อหลีกเลี่ยงการชำระหนี้   ทำให้ครูติ๋ว  ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันและยังรับราชการอยู่เพียงคนเดียว   โดนธนาคารฟ้องให้แบกรับภาระชำระหนี้แทนในฐานะผู้ค้ำเพียงคนเดียวรวมกว่า 16 ล้านบาท   

จากกรณีดังกล่าวทำให้ครูติ๋ว ล้มป่วยเป็นเส้นเลือดในสมองตีบนอน รพ.กว่า 1 เดือน  และยังต้องไปตรวจรักษาต่อเนื่อง   และทำให้ครอบครัวเดือดร้อน  ที่ผ่านมาเคยยื่นหนังสือร้องเรียนไปยัง สพฐ.  , รมว.กระทรวงศึกษาธิการ ในช่วงเวลานั้น  , รวมถึงคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน  และศึกษาธิการจังหวัดให้ช่วยเหลือ   แต่เรื่องก็เงียบไม่ได้รับการช่วยเหลือแต่อย่างใด

ล่าสุด วันนี้ (28 ส.ค.69)  นางภิมร์ลภัส   หรือครูติ๋ว    ได้เดินทางไปขอเอกสารยอดหนี้กับทางธนาคาร   เพื่อจะได้ยอดตัวเลขจริงว่าตัวเองเป็นหนี้จำนวนเท่าไหร่  และยอดหนี้ของเพื่อนร่วมอาชีพอีก 4 คน  ที่ผลักภาระให้ต้องรับชำระหนี้แทนจำนวนเท่าไหร่    ซึ่งจากการตรวจสอบในเอกสารแล้วพบว่า  ยอดหนี้ของตัวเองที่กู้กับธนาคารเป็นยอดเงินต้นทั้งหมด 2,264,018 บาท  ดอกเบี้ย 1,253,619 บาท  ส่วนที่เหลือกว่า 13 ล้านบาทเป็นหนี้ของเพื่อนร่วมอาชีพอีก 4 คน  ที่ไม่ชำระธนาคารตามสัญญา    ซึ่งก็จะได้นำเอกสารยอดหนี้ดังกล่าว  รวมถึงหลักฐานที่เกี่ยวข้องส่งให้สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิ์และช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดบุรีรัมย์    รวมถึงสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1 และ สพฐ.  เพื่อดำเนินการพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป 

จากการสอบถาม ครูติ๋ว   บอกว่า   วันนี้รู้สึกมีความหวังมากขึ้นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับตนเอง  กรณีที่ค้ำประกันเงินกู้ให้กับเพื่อนร่วมอาชีพทั้ง 4 คน  จนทำให้ถูกฟ้องเดือดร้อนต้องแบกชำระหนี้แทน  จะได้รับการช่วยเหลือ    จากที่ก่อนหน้านี้เครียดมากจนล้มป่วยเป็นเส้นเลือดสมองแตกต้องเข้า รพ.นานกว่า 1 เดือน และทุกวันนี้ยังต้องไปตรวจรักษาตามนัดเรื่อยๆ    แต่พอสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิ์และช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดบุรีรัมย์    รวมถึงสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1 และ สพฐ.  ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ   ก็สบายใจขึ้น ดีใจที่ยังจะได้ทำหน้าที่ครูที่ตัวเองรักต่อไป    โดยมีกำหนดจะเดินทางไปเจรจาหนี้กับทางธนาคารสำนักงานใหญ่  ที่กรุงเทพฯ ในวัน 3 ก.ย.ที่จะถึงนี้  โดยจะมีตัวแทนจาก สพฐ.ไปร่วมเจรจาไกล่เกลี่ยด้วย   ก็ขอบคุณทุกหน่วยงานและทุกคน ที่เมตตาให้ความช่วยเหลือ  รวมถึงเพื่อนครูหลายคนที่ให้กำลังใจ   


ครูติ๋ว  ยังบอกอีกว่า  หากไม่ได้รับการช่วยเหลือก็ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนไปใช้หนี้แทนคนอื่น   ส่วนหนี้ของตัวเองทั้งต้นและดอกเบี้ย 3 ล้านบาท  พร้อมชำระหนี้คืนทุกบาท   และจากปัญหาที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของชีวิต   หลังจากนี้จะไม่ค้ำประกันให้ใครอีกตลอดชีวิต