สาวบุรีรัมย์วัย 41 ปี ขี่ จยย.ไปทำบุญโรงทาน ถูกรถพ่วง 18 ล้อชนดับก่อนถึงวัด
สาวใหญ่วัย 41 ปี ขี่รถจักรยานยนต์จากตัวเมืองบุรีรัมย์ มุ่งหน้าไปทำบุญจัดโรงทานที่วัดกระดึงทอง อำเภอบ้านด่าน แต่ประสบอุบัติเหตุถูกรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อชนเสียชีวิตก่อนถึงวัด ขณะที่ตำรวจเร่งสอบสวนคนขับเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ร.ต.อ.ปรีชาศักดิ์ ศักยปรีชา รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลบ้านด่าน

ที่เกิดเหตุเป็นถนน 4 เลน สาย 219 บุรีรัมย์–สตึก ฝั่งขาเข้า อ.บ้านด่าน บริเวณบ้านโนนเจริญ หมู่ 14 ต.บ้านด่าน พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีดำ-แดง ทะเบียน 1 กฒ 6569 บุรีรัมย์ ล้มอยู่ในช่องทางจราจร สภาพได้รับความเสียหายอย่างหนัก มีชิ้นส่วนรถกระจายอยู่บนพื้นถนน
ใกล้กันพบร่าง นางสาวนัยนา ซ่อนกลิ่น อายุ 41 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงกั้นพื้นที่และตรวจสอบหลักฐานโดยละเอียด ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร พบรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ตัวแม่ทะเบียน 70-7979 นครราชสีมา และตัวลูกทะเบียน 70-7779 นครราชสีมา จอดอยู่ โดยมีนายชัยแก้ว อายุ 32 ปี เป็นคนขับ
จากการสอบถามเบื้องต้น คนขับรถบรรทุกให้ข้อมูลว่า ได้บรรทุกอาหารสัตว์จาก อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เพื่อนำไปส่งที่ จ.ยโสธร เมื่อมาถึงบริเวณเกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตขับอยู่ด้านหน้า ก่อนรถจักรยานยนต์จะเสียหลักล้มเข้ามาในแนวรถบรรทุก ทำให้ไม่สามารถหยุดรถได้ทันและเกิดการชนขึ้น

ด้านนายสมัย พี่ชายของผู้เสียชีวิต เปิดเผยด้วยความเศร้าใจว่า น้องสาวทำงานเป็นแม่บ้านที่สวนน้ำแห่งหนึ่งในตัวเมืองบุรีรัมย์ ก่อนเกิดเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพักที่อยู่กับสามีในตัวเมืองบุรีรัมย์ เพื่อเดินทางไปร่วมทำบุญและจัดโรงทานกับญาติพี่น้องที่วัดกระดึงทอง ต.บ้านด่าน ซึ่งเป็นวัดบ้านเกิดของน้องสาว แต่ระหว่างเดินทางกลับเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตก่อนถึงวัด ทำให้ครอบครัวและญาติพี่น้องต่างเสียใจเป็นอย่างมาก
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบและบันทึกภาพที่เกิดเหตุ พร้อมเก็บรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำตัวคนขับรถบรรทุกพ่วงไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.บ้านด่าน เพื่อพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนร่างผู้เสียชีวิตได้มอบให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลเพื่อชันสูตรอย่างละเอียด ก่อนมอบให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป