“ทนายอนันต์ชัย” ขีดเส้นตาย 7 วัน ลากคอ ‘วรเดช’ กราบขอขมาเจ้าอาวาส ขู่พ้นกำหนดสุ่มเสี่ยงโดน 112-หมิ่นสงฆ์

ภูมิภาค30 ส.ค. 2569 • 12:57 น.
“ทนายอนันต์ชัย” ขีดเส้นตาย 7 วัน ลากคอ ‘วรเดช’ กราบขอขมาเจ้าอาวาส ขู่พ้นกำหนดสุ่มเสี่ยงโดน 112-หมิ่นสงฆ์

"อนันต์ชัย" ขีดเส้นตาย  "วรเดช" 7 วันกราบขอขมาพระครูอดุลสารนิเทศ หลังให้สัมภาษณ์ด้อยค่าเจ้าอาวาสฯ ชัดเจน  พร้อมฝากถึง ทายาท "ตาเฮียง" ขอขมาและโอนที่ดินให้ถูกต้องเพราะทุกอย่างชัดเจนแล้ว 
 
 
 
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 ส.ค.2569 ที่วัดป่าอดุลยาราม เขตเทศบาลนครขอนแก่น นายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม พร้อมด้วย ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา หรือ มหาหมี รองประธานมูลนิธิฯ นายโกวิทย์ แสงสากล หรือ ทนายบอย ทนายความของวัดป่าอดุลยาราม และทีมงานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังลงพื้นที่และเข้ากราบนมัสการพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ท่ามกลางบรรยากาศประชาชนเดินทางมารอรับฟังการแถลงข่าวและความเคลื่อนไหวต่างๆบริเวณหน้ากุฏิเจ้าอาวาสจำนวนมากจนเต็มพื้นที่ 
 
 1353119 0
นายอนันต์ชัย กล่าวว่า คำให้สัมภาษณ์ของนายวรเดชบางช่วงมีการกล่าวถึงพระครูอดุลสารนิเทศว่า มันไม่ได้เป็นพระครู ไม่ได้เป็นเจ้าอาวาส ซึ่งทีมกฎหมายมองว่าเป็นถ้อยคำไม่สมควร มีลักษณะดูถูก ดูแคลน และด้อยค่าพระสงฆ์ โดยเฉพาะการใช้คำว่า มันกล่าวถึงเจ้าอาวาสฯ ตนเองกับมหาหมีคุยกันแล้ว อยากให้โอกาส 7 วัน ให้มาขอขมาหลวงพ่อ เพราะสิ่งที่พูดไปนั้นไม่สมควร หลวงพ่อเป็นพระมาตั้งแต่ปี 2525 ท่านควรได้รับความเคารพบูชา ไม่ใช่ถูกดูถูก ดูแคลน หรือด้อยค่า 
 1353130 0
"หากนายวรเดชเข้ากราบขอขมาพระครูอดุลสารนิเทศภายในกำหนด มูลนิธิจะไม่ดำเนินการใด ๆ แต่หากพ้น 7 วันแล้วยังไม่มา จะมอบหมายให้นายโกวิทย์เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองขอนแก่น เนื่องจากทีมกฎหมายถอดเทปและรวบรวมถ้อยคำที่เกี่ยวข้องไว้ทั้งหมดแล้ว เพราะทีมกฎหมายมองว่าถ้อยคำบางส่วนอาจมีลักษณะหมิ่นเหม่ต่อการดูหมิ่นคณะสงฆ์ ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน และอาจเกี่ยวข้องกับมาตรา 112 พร้อมเตือนว่า หากมีการดำเนินคดีในข้อหาที่ไม่สามารถยอมความได้ เรื่องจะมีความรุนแรงและสร้างความยุ่งยากตามมา จึงฝากถึงญาติพี่น้องและเพื่อนของนายวรเดชให้ช่วยแจ้งและประสานเข้ากราบขอขมาภายในกำหนด"
 1353121 0
นายอนันต์ชัย กล่าวต่อว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักงานที่ดิน และกรมที่ดิน ได้ชี้แจงถึงสถานะของวัดว่าเป็นวัดโดยชอบด้วยกฎหมาย อีกทั้งมีหลักฐานการตั้งวัด ตราตั้ง การขออนุญาต และประกาศในราชกิจจานุเบกษา จึงเห็นว่าประเด็นดังกล่าวควรยุติได้แล้ว ทั้งยังฝากถึงทายาทนายเฮียง พิมพ์ศรี โดยขออนุโมทนาบุญกับทายาททุกคนที่ไม่ขัดข้องต่อการถวายที่ดินให้วัด ส่วนผู้ที่ยังเชื่อว่าที่ดินเป็นของทายาท ขอให้พิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายให้รอบคอบ พร้อมเรียกร้องให้เข้าขอขมาพระครูอดุลสารนิเทศและดำเนินการโอนที่ดินให้ถูกต้อง
ภูมิภาค48

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง