เดือดเมืองนนท์! ชายชุดวอร์มทหาร 3 คน ขี่ จยย.ประกบถีบรถ รุมยำหนุ่มเลือดอาบ
หนุ่มวัย 29 ร้องขอความเป็นธรรม ถูกชาย 3 คนแต่งชุดวอร์มทหารขี่ จยย.ประกบถีบรถ ก่อนรุมทำร้ายจนเลือดอาบ อ้างปมขัดแย้งกับรุ่นพี่ทหาร หวั่นถูกข่มขู่คุกคามทั้งครอบครัว
จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก ที่นี่ ประเทศนนท์ ได้โพสต์คลิปขณะมีชายแต่งตัวคล้ายทหาร ขี่จยย. 2 คน 3 คน ตีคู่ประกบรุมทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย ได้รับบาดเจ็บนั้น
ล่าสุด เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 30 ส.ค.69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่เกิดเหตุบริเวณ บริเวณริมทางสาธารณะ ถนนบางศรีเมือง-ท่าน้ำ หน้าคอนโดปาร์ค ท่าน้ำบางศรีเมือง ต.บางศรีเมือง อ.เมือง จ.นนทบุรี พบนายวีรยุทธ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี อาชีพ พนักงานบริษัท ผู้เสียหาย ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นวันที่ 13 ส.ค.69 เวลา 18.20 น. ตนถูกกลุ่มชายฉกรรจ์รุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดหลังจากตนเองเดินทางไปเอาของให้รุ่นพี่และแวะซื้อของกินกับแฟนสาว บริเวณใกล้ท่าน้ำบางศรีเมือง โดยขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับ ได้พบกับคู่กรณีซึ่งขี่รถตามมาพร้อมตะโกนสั่งให้จอด ก่อนจะใช้เท้าถีบรถของตนจนถุงน้ำเต้าหู้กระจาย เมื่อตนจอดรถและยังไม่ทันได้ตั้งขาตั้ง ชายคู่กรณีพร้อมพวกอีก 2 คน ซึ่งแต่งกายด้วยชุดวอร์มเครื่องแบบทหาร ได้พุ่งเข้ามาชกและรุมเตะตนจนล้มลงกับพื้น โดยไม่มีโอกาสได้ลุกขึ้นสู้ แฟนสาวจะพยายามเข้าห้ามแต่กลับถูกผลักจนล้มหงายท้อง เหตุการณ์สืบเนื่องจนกระทั่งมีพลเมืองดี (ชายเสื้อขาว) เข้ามาช่วยยกมือขอร้องและห้ามปราม กลุ่มผู้ก่อเหตุจึงยอมถอยไป หากไม่มีคนช่วยชีวิตไว้คาดว่าอาจจะถูกทำร้ายจนสลบก็ได้

จากการสอบถามสาเหตุ ทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ "ต้น" เป็นอดีตรุ่นพี่ที่เคยสนิทสนมและตนเคยไปเที่ยวที่บ้าน ปัจจุบันรับราชการทหาร ยศนายสิบ คาดว่าทำหน้าที่เป็นครูฝึก ส่วนอีก 2 คนที่ร่วมรุมทำร้าย คาดว่าเป็นทหารใหม่เนื่องจากแต่งกายด้วยชุดฟอร์มและหมวกกันน็อกทหาร สำหรับปมความขัดแย้ง เกิดจากนายต้นฝังใจเชื่อว่าตนพยายามข่มขืนภรรยาของตน ทั้งที่ความจริงเพียงแค่กดรับเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กเนื่องจากเห็นว่าเป็นรุ่นพี่ และในอดีตเมื่อประมาณ 7-8 ปีก่อน ตนและนายต้นเคยนัดพูดคุยเคลียร์ใจและชกหมัดต่อหมัดกันจบไปแล้ว แต่คู่กรณียังคงระแวงและพูดใส่ร้ายตนกับคนอื่นตลอด โดยก่อนหน้านี้ไม่นาน นายต้นเคยเดินทางมาป่วนถึงที่ทำงานของตน แต่โชคดีที่แม่บ้านในพื้นที่ช่วยห้ามไว้ได้ทันด้านความคืบหน้าทางคดี

นายวีรยุทธ กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกตัวมาสอบสวนแล้ว ทางฝ่ายผู้ก่อเหตุและแท่ผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางมาโรงพักแล้วลงบันทึกว่าไม่ติดใจเอาความ ซึ่งตอนนั้นตนไม่ทราบ ทราบเพียงแต่ว่าลงบันทึกในเรื่องของเจรจาค่าเสียหาย หลังจากวันนั้นคู่กรณีรับปากว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทั้งค่ารักษาพยาบาลและค่าซ่อมรถ แต่หลังจากผู้เสียหายจ่ายเงินสำรองไปก่อนและนำใบเสร็จมาเบิก คู่กรณีกลับจ่ายเงินมาเพียงก้อนแรก 3,000 บาท แล้วบ่ายเบี่ยงไม่ยอมจ่ายส่วนที่เหลือที่ตนเรียกไปประมาณ 10,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมีคนได้นำภาพของลูกตนที่เพิ่งคลอดเมื่อวันที่ 30 ที่ผ่านมา ไปโพสต์ลงโซเชียลมิเดียพร้อมใช้ข้อความด่าทอข่มขู่ รวมถึงมีบัญชีอวตารเข้ามาคอมเมนต์ข่มขู่คุกคามในชีวิต อีกทั้งผู้ก่อเหตุยังมีการอวดอ้างภาพคลังอาวุธปืน และอ้างว่ามารดาของตนเป็นอดีต สส. ในพื้นที่ มีผู้ใหญ่คนโตคุ้มกะลาหัว ทำให้ผู้เสียหายและครอบครัวเกิดความหวาดกลัวเรื่องความปลอดภัยอย่างมาก เนื่องจากต้องทำงานและอาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน จึงตัดสินใจมาร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรม และต้องการให้คู่กรณียอมรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดตามที่พูดไว้