แม่น้อง ม.6 ถูกคนร้ายสาดน้ำกรดเสียโฉมห่วงลูกคิดสั้น วอนผู้ใจบุญช่วยศัลยกรรมให้ใช้ชีวิตปกติ

ภูมิภาค24 ธ.ค. 2566 • 14:42 น.โดย ขวัญชัย หาญประโคน  
แม่น้อง ม.6 ถูกคนร้ายสาดน้ำกรดเสียโฉมห่วงลูกคิดสั้น วอนผู้ใจบุญช่วยศัลยกรรมให้ใช้ชีวิตปกติ

วันที่ 24 ธ.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า จากเหตุการณ์คนร้าย 2 คน สวมชุดดำและไอ้โม่งปิดบังใบหน้า  ใช้รถเก๋งเป็นยานพาหนะ ถือถังใส่น้ำกรดบุกเข้าไปสาดใส่ น.ส.ณัฐติกานต์  หรือน้องอั้ม อายุ 18 ปี นักเรียนชั้น ม.6 ขณะนั่งกินข้าวอยู่กับยาย และน้าชาย ภายในร้านอาหารตามสั่ง เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 27 ส.ค.66 ที่ผ่านมา โดยน้องอั้ม โดนน้ำกรดทั้งที่ใบหน้า ดวงตา  หน้าอก ไหลอาบลำตัวสภาพผิวหนังไหม้ เสื้อผ้าขาดหลุดลุ่ย  ทั้งนี้ยาย และน้าชาย ที่นั่งกินข้าวด้วยกันก็โดนน้ำกรดกระเด็นใส่มีรอยไหม้ตามใบหน้า ลำคอ ลำตัว แขนขาเช่นกัน แต่ไม่สาหัส 

หลังเกิดเหตุตำรวจ สภ.นางรอง ก็ได้ไล่กล้องวงจรปิดตามจดต่างๆ เพื่อติดตามตัวคนร้ายอย่างต่อเนื่อง  กระทั่งวันที่ 31 ส.ค.66    ได้นำหมายศาลจังหวัดนางรอง ไปติดตามจับกุมตัว นายเจษฎาภรณ์ อายุ 21 ปี และ น.ส.อังคณา อายุ 25 ปี สองสามีภรรยา  ในสวนมะม่วงบ้านนางิ้ว อ.หนองหาน จ.อุดรธานี หลังพบพยานหลักฐานทั้งการเช่ารถยนต์ที่ใช้ประกอบเหตุ รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ ที่สามารถยืนยันได้ว่าทั้งสองมีส่วนร่วมในการก่อเหตุสาดน้ำกรดน้องอั้ม   ขณะนี้อยู่ระหว่างต่อสู้คดีชั้นศาล

ล่าสุดวั น.ส.จิราวรรณ   อายุ 42 ปี  แม่น้องอั้ม  ได้ออกมาร้องขอความช่วยเหลือ  หลังจากลูกสาวที่ถูกสาดน้ำกรดต้องนอนรักษาตัวที่ รพ.บุรีรัมย์ นานเกือบ 4 เดือน  ขณะนี้แม้ว่าหมอจะอนุญาตให้กลับมาดูแลรักษาตัวต่อที่บ้านได้   แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน้องไม่สามารถออกไปใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติทั่วไป   เพราะฤทธิ์ของน้ำกรดทำให้ใบหน้าของน้องเสียโฉม  หูซ้ายขาด  ตาซ้ายเกือบบอดมองเห็นไม่ชัด  แผ่นหลัง  หน้าอก แขน ขามีรอยแผลเป็นคล้ายไฟไหม้เกือบทั้งตัว สภาพเหมือนตายทั้งเป็น  โดยเฉพาะดวงตาแม่ต้องคอยหยอดตาทำความสะอาดให้ทุกวัน  ส่วนแผลบริเวณอื่นยังต้องไปตรวจรักษาที่ รพ.ตามนัดตลอด    ซึ่งนอกจากสภาพร่างกายที่ไม่สามารถออกไปใช้ชีวิตได้เป็นปกติแล้ว ที่น่าเป็นห่วงคือสภาพจิตใจของน้อง   ทั้งยายและแม่ต้องคอยปลอบให้กำลังใจและอยู่ดูแลน้องอย่างใกล้ชิดเพราะกลัวน้องจะรับไม่ได้และอาจคิดสั้น     

สอบถาม น้องอั้ม  บอกว่า   สิ่งที่สูญเสียไปกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งสภาพร่างกาย สภาพจิตใจย่ำแย่มาก  ไปเรียนก็ไม่ได้กลัวจะจบไม่ทันเพื่อนเพราะเหลืออีกไม่กี่เดือนก็จะจบแล้ว   ทุกวันนี้ไม่กล้าออกไปไหนเลยเครียดมาก  อยากจะกลับไปใช้ชีวิตเหมือนคนอื่นก็ไปไม่ได้  จึงอยากวิงวอนให้ผู้ใจบุญช่วยเหลือพาไปศัลยกรรมใบหน้าให้สามารถออกไปใช้ชีวิตได้เหมือนคนอื่น  ที่สำคัญอยากจะเรียนต่อจะได้พึ่งพาตัวเองได้ในอนาคต  

ขณะที่ แม่น้องอั้ม  กล่าวทั้งน้ำตา   เป็นห่วงลูกมากไม่กล้าปล่อยให้ลูกอยู่คนเดียว  เพราะกลัวน้องคิดมาก    จากสภาพที่น้องเป็นทำให้น้องไม่กล้าออกไปไหน  ทั้งตนเองและยายต้องผลัดกันอยู่เป็นเพื่อนน้อง  สภาพลูกสาวตอนนี้เหมือนตายทั้งเป็นมองเห็นหน้าลูกทีไรก็สงสารลูกแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง   อยากจะพาลูกไปทำศัลยกรรมก็ไม่มีเงิน  ลำพังแค่กินอยู่ก็ลำบาก  เพราะตนต้องหยุดทำงานมาดูแลลูก ยายก็เอาทองไปขายเพราะต้องหยุดขายอาหารตามสั่งผลัดกันมาอยู่เป็นเพื่อนน้อง  ทุกวันนี้แค่เวลาพาน้องไปหาหมอที่ รพ.คนก็มองก็ห่วงสภาพจิตใจน้องมาก   ส่วนคนที่กระทำกับน้องจิตใจโหดร้ายมากไม่ใช่มนุษย์ ถ้าเลือกได้แม่ไม่อยากได้เงินจากเขาแต่แม่อยากทำกับเขาเหมือนที่เขาทำกับลูกจะยอมติดคุก   แค่อยากให้เขารู้สึกว่าสภาพตายทั้งเป็นมันเป็นยังไง    

 

ด้าน นายภัทรพงศ์  ศุภักษร  หรือ ทนายอั๋น  กล่าวว่า  คดีนี้พนักงานอัยการจังหวัดนางรองเป็นโจทย์ยื่นฟ้องต่อศาล ในข้อกล่าวหา “พยายามฆ่า” จากที่ตอนแรกพนักงานสอบสวนแจ้งเพียงข้อหา “ทำร้ายร่างกายให้ได้รับอันตรายสาหัส”  แต่อัยการเห็นว่าพฤติการณ์ที่จำเลยทั้งสองทำด้วยการนำน้ำกรดถึง 2 ถังไปสาดใส่น้องอาจทำให้ได้รับอันตรายแก่ชีวิต  จึงให้สอบเพิ่มเติมและแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม   ซึ่งในทางคดีตนได้เข้าไปดูแลตั้งแต่แรกจนถึงกระบวนกระบวนศาล  แม้ว่าขณะนี้จำเลยทั้งสองจะให้การปฏิเสธในชั้นของการคุ้มครองสิทธิในวันที่ 21 ธ.ค.66   ซึ่งศาลจะนัดอีกครั้งในวันที่ 16 ม.ค.67  ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะต้องมาตรวจพยานหลักฐาน  ก็มั่นใจว่าพยานหลักฐานมีความครอบคลุมหนักแน่นเพียงพอที่จะเอาผิดจำเลยทั้งสองได้

ซึ่งหากใครอยากช่วยเหลือน้องสามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 098-3340907 หรือบริจาคได้ทีชื่อบัญชี น.ส.ณัฐติกานต์  ไชรัมย์  เลขที่บัญชี 146-8-69200-3 บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกสิกรไทย