ช็อค!!ชาวขามสะแกแสงโคราชหลังเจอผลกระทบโรงงานแปรรูปยางรถยนต์เก่าทำน้ำมันเชื้อเพลิงอนาคตมีโรงไฟฟ้าขยะปักหมุดสร้างอีก
วันที่ 17 สิงหาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ที่โรงงานไพโรไลซิสยางรถยนต์เก่าเพื่อผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงทดแทน ต.พะงาด อ.ขามสะแกแสง จ.นครราชสีมา นายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ รอง ผวจ.นครราชสีมา พร้อมนายธนัญชัย วรรณสุข ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 11 นครราชสีมา นายพุทธิกรณ์ วิชัยดิษฐ์ อุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา ผู้แทนสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) นครราชสีมา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นครราชสีมา ปกครองอำเภอขามสะแกแสงและองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) พะงาด ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีประชาชนได้รับผลกระทบจากการประกอบกิจการของโรงงานดังกล่าว
โดย โรงงานได้นำเสนอกระบวนการผลิตรวมทั้งระบบบำบัดมลพิษและมาตรการป้องกันผลกระทบจากการประกอบกิจการ ซึ่งยังมีบางขั้นตอนไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด นายสมเกียรติ รอง ผวจ.นครราชสีมา ในฐานะประธานคณะทำงานได้สั่งการให้เฝ้าระวัง ติดตาม ตรวจสอบและกำกับควบคุมการประกอบกิจการตามอำนาจหน้าที่ป้องกันมิให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง โดยนัดตรวจวัดวิเคราะห์ผลสิ่งแวดล้อมอีกครั้งในวันที่ 28 ส.ค นี้
ทั้งนี้ พื้นที่ ต.พะงาด อ.ขามสะแกแสง ได้มีเอกชนลงทุนกว่า 1,800 ล้านบาท ก่อสร้างโรงไฟฟ้ากำจัดขยะมูลฝอยชุมชนโดยนำไปใช้ในการผลิตไฟฟ้า รูปแบบนำขยะมูลฝอยในกลุ่มองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จำนวน 129 แห่ง พื้นที่ อ.คง อ.โนนไทย อ.โนนแดง อ.แก้งสนามนาง อ.สีดา อ.บ้านเหลื่อม อ.ขามสะแกแสง อ.พระทองคำ อ.โนนสูง อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.จักราช อ.บัวใหญ่ อ.บัวลาย อ.ประทาย อ.ชุมพวง อ.เมืองยาง และ อ.ลำทะเมนชัย มีปริมาณรวมต่อวัน 540 ตัน ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าขนาดไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ เพื่อแก้ปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยชุมอย่างยั่งยืน
แต่ชาวบ้านส่วนหนึ่งเกรงผลกระทบสิ่งแวดล้อมในอนาคต ตั้งเครื่องหมายคำถามทำไมต้องนำขยะจากที่อื่นมาทิ้งในพื้นที่ใกล้แหล่งน้ำอุปโภค บริโภคและกลิ่นเหม็นจากรถขนขยะมาทิ้งต่อวันกว่า 500 ตัน จึงรวมตัวคัดค้านให้ยุติดำเนินโครงการดังกล่าว อ้างกระบวนการบางอย่างไม่ชอบมาพากล นำมวลชนไปดูงานโรงไฟฟ้าขยะหนองแขม กรุงเทพมหานคร พร้อมจ่ายค่าเดินทางให้ด้วย กลุ่มรักษ์สิ่งแวดล้อมสำแดงพลังเดินทางมายื่นหนังสือคัดค้านที่กระทรวงมหาดไทยและศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา ได้พยายามบุกเข้าอาคารศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา เข้าพบนายสยาม ศิริมงคล ผวจ.นครราชสีมา สามารถเจรจาทำให้ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น ซึ่งกลุ่มคัดค้านพร้อมจะเคลื่อนไหวอีก หากปักหมุดดำเนินโครงการที่ไปสร้างที่ไหนก็ถูกเดินขบวนต่อค้าน