รพ.จิตเวชโคราช ยกระดับการบริการ “ที่พักใจผู้ป่วยทางจิต”
วันที่ 18 มีนาคม เมื่อเวลา 13.30 น. นายแพทย์กิตต์กวี โพธิ์โน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ แถลงข่าวเนื่องในโอกาสครบรอบ 54 ปีการให้บริการผู้ป่วยจิตเวชในพื้นที่อีสานตอนล่าง ว่า รพ.จิตเวชได้พัฒนาระบบบริการอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีจำนวน 270 เตียง โดยเป็นศูนย์วิชาการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานบริการและศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางรักษาผู้ป่วยจิตเวชที่อาการรุนแรงยุ่งยากซับซ้อนประจำเขตสุขภาพที่ 9 พื้นที่อีสานตอนล่าง กลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ (นครราชสีมา บุรีรัมย์ ชัยภูมิ และสุรินทร์) ซึ่งมีจำนวนประชากรรวม 6,764,699 คน คาดมีประชาชนมีอายุ 18 ปีขึ้นไป มีปัญหาสุขภาพจิตเฉลี่ยร้อยละ 13 หรือประมาณ 6 แสนคน
นพ.กิตต์กวี ฯ กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2562 เรามีเป้าหมายพัฒนาสถานพยาบาลให้เป็นที่พักใจของประชาชนที่เจ็บป่วยทางใจ โดยเป็น สมาร์ท ฮอสปิตอล (Smart Hospital) สอดรับยุค 4.0 ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขอย่างสมบูรณ์แบบ มีมาตรฐานสากล อาคารสถานร่มรื่น สะอาด ปลอดภัย บรรยากาศสุขสบาย ที่แผนกผู้ป่วยนอกมีจำนวนการใช้บริการวันละ 350 คน ใช้เทคโนโลยีทันสมัยเพิ่มความสะดวก รวดเร็วสามารถใช้บัตรประชาชนใบเดียวและใช้มือถือตรวจสอบคิวรอพบแพทย์ได้ ใช้หุ่นยนต์ (Robot) จัดยากว่า 200 รายการให้ผู้ป่วย ซึ่งมีความแม่นยำใช้เวลาเพียง 15นาที นับเป็นแห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและติดคิวอาร์โค้ด (QR code) ที่ซองยาเพื่อให้ผู้ป่วยและญาติหรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขสแกนดูรายละเอียดตัวยาและกินอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ได้นำระบบส่งข้อความสั้นหรือเอสเอ็มเอส (SMS) มาใช้แก้ไขปัญหาขาดนัดผู้ป่วยจิตเวชรายเก่า ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญทำให้อาการป่วยกำเริบซ้ำและอาการแย่ลง
โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องติดตามผลการรักษาเป็นกรณีพิเศษ อาทิ รายเสี่ยงก่อความรุนแรง มีประวัติเคยทำร้ายตัวเองหรืออาการกำเริบบ่อย ซึ่งมีจำนวน 5,000 กว่าคน ส่วนที่แผนกผู้ป่วยใน ซึ่งมีผู้ป่วยอาการรุนแรงนอนพักรักษาวันละ280-300 คน ส่วนใหญ่เป็นชายได้ปรับหอนอนให้มีความอบอุ่น ปลอดภัย สร้างความกลมกลืนการใช้ชีวิตให้เหมือนบ้านที่สุดและดูแลฟื้นฟูผู้ป่วยคืนความเป็นมนุษย์คนเดิมให้สมบูรณ์ทั้งกาย ใจ จิตวิญญาณและสังคม ผู้ป่วยสวมชุดไม่มีตราของโรงพยาบาลจิตเวช เพื่อสร้างความรู้สึกที่ดีขึ้นและทุกหอนอนได้จัดห้องพักผ่อน มีคาราโอเกะให้ผู้ป่วยได้ร้องเพลงทุกวันเป็นการสปาใจ ฟื้นฟูทักษะทางสังคมให้ผู้ป่วยมีสัมพันธภาพกับผู้อื่นมากขึ้น ทำให้ผู้ป่วยมีความสุข ใช้ประสาทสัมผัสทั้งการดู การฟัง การเปล่งเสียงร้อง ควบคุมจังหวะทำให้มีสมาธิดีขึ้นทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ป่วยได้ผ่อนคลายด้วยกันและจัดมุมสำหรับให้ญาติเข้าเยี่ยมอาการได้ทุกหอนอน พร้อมทั้งจัดระบบการส่งต่อผู้ป่วยที่อาการดีแล้ว เพื่อกลับไปอยู่ในชุมชนและเชื่อมโยงระบบการดูแลต่อเนื่องจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่สามารถติดตามอาการได้ทางโปรแกรมอัตโนมัติได้ทุกคน
“ จากการประเมินผลในรอบ 2 เดือนหลังจากที่ปรับระบบบริการแนวใหม่ นอกจากผู้ป่วยไม่แออัดแล้ว ปัญหาผู้ป่วยขาดนัดลดลง 3 เท่าตัว เหลือเพียงร้อยละ 5 จากเดิมที่ขาดประมาณร้อยละ 15สร้างความมั่นใจสังคมยิ่งขึ้น โดยผู้ป่วยที่อาการกำเริบซ้ำ 1 คน จะใช้ค่าใช้จ่ายดูแล 8,400 บาท ต่อครั้ง คาดว่าจะประหยัดค่ารักษาส่วนนี้ได้ปีละไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท ผู้ป่วยจิตเวชทุกคนอยู่ในระบบการดูแลอย่างต่อเนื่อง มีคุณภาพชีวิตดี สามารถใช้ชีวิตในชุมชนได้นานถึง 6 เดือนตามมาตรฐานสากลได้สูงถึงร้อยละ 98 ผู้ป่วยที่มีประวัติพยายามฆ่าตัวตาย ไม่กลับไปทำซ้ำได้สูงถึงร้อยละ97 ” นพ.กิตต์กวี กล่าว