นอภ.เมืองศรีสะเกษ แจงเหตุชาวบ้านฮือไล่หนุ่มถือปืนสงครามข่มขู่ ห้ามเผาขยะอ้างเหม็น

ภูมิภาค5 ก.พ. 2566 • 10:17 น.
นอภ.เมืองศรีสะเกษ แจงเหตุชาวบ้านฮือไล่หนุ่มถือปืนสงครามข่มขู่ ห้ามเผาขยะอ้างเหม็น

 วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2566 นายคมป์ สังข์วงษ์ นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ เปิดเผยว่า  เมื่อคืนนี้เวลาประมาณ 20.30 น. ตนได้มอบหมายให้นายศรายุธ สีละออง ปลัดอำเภอ พร้อมด้วย สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอเมืองศรีสะเกษที่ 3 ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองศรีสะเกษ เข้าระงับเหตุ กรณีได้รับรายงานจาก นายสมชัย พรแก้ว ผู้ใหญ่บ้านดอนจันทร์ หมู่ที่ 12 ตำบลน้ำคำ ว่ามีราษฎรกว่า 100 ราย รวมตัวประท้วงในพื้นที่หมู่บ้านดังกล่าว  และขอร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมหนุ่มใหญ่วัย 60 ปี กถือปืนยาวและปืนสั้น พร้อมอาวุธมีด ข่มขู่ชาวบ้านที่เผาขยะเศษใบไม้ หรือแม้แต่จุดเตาถ่านประกอบอาหาร ตามวิถีชุมชน โดยข่มขู่ให้ดับไฟไม่ให้ใครจุดไฟแม้แต่บ้านเดียว เนื่องจากอ้างว่าเหม็นควันไฟฟืน หากใครไม่เชื่อฟัง จะยิงกรอกปากทุกคน ชาวบ้านจึงพากันหวาดผวา และโทรศัพท์แจ้ง 191 เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกมาควบคุมตัวหนุ่มใหญ่ผู้ก่อเหตุดังกล่าว รวมทั้งแจ้งสื่อมวลชนทุกแขนงมาทำข่าวด้วยเพราะเกรงว่าเรื่องจะเงียบ  


     ปรากฏข้อเท็จจริงคือ นายสุพจน์ หรือเฮียพจน์ อาศัยอยู่บ้านน้องสาวที่เป็นราษฎรในพื้นที่ มีพฤติกรรมเป็นผู้ร้องเรียนต่อหน่วยงานราชการ เรื่องการเผาขยะ,ถ่านในหมู่บ้าน และบริเวณใกล้เคียง หากไม่พอใจจะพกพาอาวุธ เช่น มีดหรือปืนไปข่มขู่และต่อว่าผู้ที่เผาขยะ,ถ่าน โดยเข้าไปในพื้นที่ส่วนบุคคลของผู้อื่นเป็นประจำ    และที่เกิดเหตุการณ์ในวันนี้ เกิดจาก น.ส.ภัทราภรณ์ ได้จุดไฟเผาขยะภายในบ้านของตน นายสุพจน์ฯ ซึ่งอยู่อาศัยบ้านใกล้เคียง ได้ถือปืนลูกซองยาว มาที่บ้านของ น.ส.ภัทราภรณ์ฯ มีพฤติกรรมเดินเข้าไปในบ้าน และส่องดูหน้าต่างบ้าน เป็นเหตุให้ น.ส.ภัทราภรณ์ฯ และ นายสังข์ (บิดาของสามี) เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ โดยนายสุพจน์ฯ ได้เข้ามอบตัวหลังจากนั้น


         โดย ร.ต.อ.มงคล พิลัย ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ และปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอเมืองศรีสะเกษ ได้นำกำลังตำรวจและฝ้ายปกครอง กว่า 20 นาย ได้เข้าควบคุมพื้นที่ และขอให้ชาวบ้านใจเย็นๆ เพราะตอนนี้ทราบว่า หนุ่มใหญ่ผู้ก่อเหตุ ดังกล่าว ได้เดินทางไปรายงานตัวที่ สภ.เมืองศรีสะเกษ แล้ว  แต่ชาวบ้านได้ขอให้ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตร ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้วางเวรยามเฝ้าหมู่บ้านในคืนนี้ เพราะไม่มั่นใจว่าผู้ก่อเหตุ จะหวนกลับมาก่อคดีกับชาวบ้านหรือไม่ ที่พากันออกมาขับไล่เขาในคืนนี้     เนื่องจากราษฎรในพื้นที่ เกรงว่าคดีความจะไม่คืบหน้า จึงรวมตัวกัน เพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี กระทั่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจได้เข้าระงับเหตุ พร้อมอธิบายให้ราษฎรทราบจนเป็นที่พอใจจึงแยกย้ายกลับบ้าน ในเวลา 21.00 น.