ปส.สนธิกำลังทหาร ตำรวจ ตชด.ปปง.ปูพรมกวาดบ้านยึดทรัพย์สินรวม 31 ล้าน ตาม พรบ.ยึดทรัพย์เครือข่ายค้ายาเสพติดที่กาญจนบุรี
ปส.สนธิกำลังทหาร ตำรวจ ตชด.ปปง.ปูพรมกวาดบ้านยึดทรัพย์สินรวม 31 ล้าน ตาม พรบ.ยึดทรัพย์เครือข่ายค้ายาเสพติดที่กาญจนบุรี บูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่เกือบ100 นายตอนไก่โห้พร้อมหมายจับจากศาล 8 หมายเข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายรวม 17 จุดในพื้นที่ อ.ท่าม่วง ท่ามะกา ยึดบ้าน รถยนต์ รถบรรทุก 10 ล้อ รถแบ็คโฮ รถไถ รถยนต์เก๋ง กระบะและรถ จยย.พร้อมยาไอซ์ ยาอี จำนวนหนึ่ง ผู้ต้องหาตามหมายจับ 4 คน
สืบเนื่องจากที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ตม.ตชด.และ อส.ฝ่ายปกครอง จ.กาญจนบุรี ได้บูรณาการตรวจค้นจับกุมยาไอซ์ 2 ราย ในพื้นที่ อ.ทองผาภูมิ และ อ.ไทรโยค ฯ จำนวน 2 ราย ได้ยาไอซ์เกือบ 400 กิโลกรัม ยาบ้าเกือบ 2 หมื่นเม็ด ได้ผู้ต้องหาจำนวนเกือบ 10 คน ของกลางเป็นรถยนต์เก๋ง รถยนต์กระบะจำนวนหลายคัน ในเขตพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ตามนโยบายรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ผลการสืบสวนขยายผลทราบว่า ยาเสพติดที่พบเป็นยาเสพติดในเครือข่ายนายราอู ซึ่งเชื่อมโยงกันกับที่ผู้ต้องหาจับได้ในเขต จ.ปทุมธานี ซึ่งปรับเปลี่ยนเส้นทางการลำเลียงขนส่งยาเสพติดจากทางภาคเหนือ มาเป็นเส้นทางภาคตะวันตก ตามช่องทางธรรมชาติด้าน อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
ดังนั้น ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังตรวจค้นจับกุมกลุ่มเป้าหมายยาเสพติดนี้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการติดตามยึดทรัพยสินตาม มาตราการ พรบ.ยึดทรัพย์
เมื่อเวลา 06.00 น.ของวันที่ 28 มิ.ย.62 ที่บริเวณลานจอดรถของที่ทำการ ปปส.จ.กาญจนบุรี ได้มีปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ ปส.จาก บช.ปส.เจ้าหน้าที่ทหาร กกล.มทบ.17 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุด กก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ทหารชุด ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ฯ เจ้าหน้าที่ ตชด.กก.13 ค่ายพระพุทธยอดฟ้าฯ และเจ้าหน้าที่ ปปง.สนธิกำลังเกือบ 100 นายเพื่อเดินทางแยกย้ายเข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านกลุ่มเป้าหมายเครือข่ายยาเสพในเขตพื้นที่ อ.ท่าม่วง และ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี รวมทั้งสิ้น 17 จุดโดยใช้ชื่อ "ยุทธการสยบไพรี 62/15 แผนเด็ดปีกพญา(เครือข่ายราอู)"หลังเสร็จสิ้นภารกิจการปิดล้อมตรวจค้นหายาเสพติดและยึดทรัพย์สินตามมาตราการ พรบ.ยึดทรัพย์แล้ว
เมื่อเวลา 10.30 น.ได้มีการเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยภายใต้การนำของ พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส.และ พล.ต.ต.กิตติ สำเภาทอง ผบก.ปส.4 พล.ท.กิตติธัช บุพศิริ ผอ.ศูนย์ประสานงานการปฎิบัติที่ 2 กอ.รมน. พล.ต.ฐกัด หลอดศิริ ผบ.พล.ร.9 ค่ายสุรสีห์ฯ พอ.มนตรี ธนวรรณโอภาส เสนาธิการฯ กกล.มทบ.17
พล.ต.ต.สุวิทย์ ชาวศรีทอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รักษาการเลขาธิการ ปปง. พ.ต.อ.ภัทรชัย กอสนาน ผกก.กก.สส.ภ.จว กาญจนบุรี พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ จินดาศักดิ์ ผกก.ตชด.13 พ.ต.ต.สุริยา สืงหกมล รองเลขาธิการ ปปส. นายธนากร คัยนันท์ ผอ.ปปส.ภาค 7 พร้อมนำทรัพย์สินของกลางที่ตรวจยึดตามมาตราการ พรบ.ยึดทรัพย์จำนวนกว่า 20 รายการ ได้แก่
1.บ้านพร้อมที่ดิน จำนวน 5 หลัง 2.โฉนดที่ดิน จำนวน 13 ไร่ 3.รถแบ็คโฮ 1 คัน 4.รถบรรทุก 10 ล้อ จำนวน 2 คัน 5.รถยก 6 ล้อติดเครน จำนวน 1 คัน 6.รถไถ 1 คัน 7.รถยนต์กระบะ 8 คัน 8.รถยนต์เก๋ง 2 คัน 9.รถ จยย.2 คัน 10.เหล้าหนีภาษียี่ห้อ(GRAND MASTER) 6 ลัง 11.เงินสดจำนวน 68,110 บาท 12. ทองรูปพรรณ น้ำหนัก 2 บาท 13.อาวุธปืนพกสั้น 4 กระบอก 14.เครื่องกระสุนปืน 15 นัด รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึด ประมาณ 31,518, 110 ล้านบาท
พร้อมผู้ต้องหาตามหมายจับ 4 ราย ได้แก่ 1.นายชัยวิชิต นิลทอง หมายจับจากศาลอาญาที่ 296/2562 ข้อหารวมกันมียาเสพติดไว้ในครอบครอง 2. นส.กัญญาภัค เชียงของ หมายจับจากศาลอาญาที่ 295/2562 ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดไว่ในครอบครอง 3.นายฐิติเดช วรรณโอทอง หมายจับจากศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ 252/2562 ข้อหาฟอกเงินและร่วมกันมียาเสพติดไว้ในครอบครอง 4. นส.เนตรนภา ครุฑวงศ์ หมายจับจากศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ 203/2562 ข้อหาสมคบร่วมกันมียาเสพติดไว้ในครอบครอง และยาเสพติดของกลางเป็นยาไอซ์ น้ำหนัก 24.31 กรัม ยาอี 26 เม็ด
ด้าน พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส.กล่าวว่า"ตา นโยบายของรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2561 ให้ดำเนินการลดการแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่ชุมชน สถานศึกษา และสถานประกอบการ และจากการสั่งการของ พล.อ.ประวิทย์ วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการการกระทรวงกลาโหมได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการบูรณาการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดซึ่งจากการเฝ้าติดตามตรวจสอบพบว่า เส้นทางการลำเลียงยาเสพติดจากทางภาคเหนือลดน้อยลง
เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่ปราบปรามอย่างหนัก ขบวนการค้ายาเสพติด จึงหันมาใช้เส้นทางการลำเลียงขนส่งทางภาคตะวันตกแทน โดยใช้ช่องทางธรรมชาติใน อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นเส้นทางการลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ชั้นในเพื่อส่งขายโดยเฉพาะทางภาคใต้ ดังนั้น จึงอยากขอฝากประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนที่รู้เบาะแสเรื่องยาเสพติด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ศูนย์วิทยุ 191ทั่วประเทศ หรือที่ 1599 กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด