ชาวสวนทุเรียน ขลุง เคราะห์ซ้ำกรรมซัดประสบปัญหาภัยแล้งแล้ว ยังต้องมาเจอกับโรคระบาด
เมื่อวันที่ 12 มี.ค.62 เวลา 09.00 น.ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องจาก นายอมร บุญดิรก อายุ 43 ปีอยู่บ้านเลขที่ 42/1 หมู่ที่ 4 ตำบลบ่อเวฬุ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี เจ้าของสวนทุเรียนว่า ต้นทุเรียนที่ปลูกอยู่ในเนื้อที่ 3 แปลง กว่า 50 ไร่ เกิดโรคระบาด และทำให้ต้นทุเรียนยืนต้นตายทำให้ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ขอให้ผู้สื่อข่าวได้เดินทางมาทำข่าวเพื่อเป็นกระบอกเสียงช่วยเหลือชาวสวนด้วย
หลังรับเรื่องผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่พบ นายอมร บุญดิรก เจ้าของสวนยืนรอผู้สื่อข่าวอยู่ ก่อนที่ นายอมร จะพาผู้สื่อข่าวเดินเข้าไปในสวนผลไม้ในเนื้อที่ 3 แปลง กว่า 50 ไร่ พบว่าต้นทุเรียนที่ปลูกไว้กว่า 700 ต้น ยืนต้นตายใบเหี่ยว มีลูกแห้งคาต้น บางต้นตัดกิ่งทิ้ง บางต้นโคนต้นใช้ยาทาหลายยี่ห้อก็ยังไม่หาย เบื้องต้นไม่ทราบว่าเป็นโรคอะไร เพราะทำให้ต้นเน่า เบื้องต้น นายอมร ได้มีการตัดต้นทิ้งไปประมาณ 300 กว่าต้นแล้ว บางต้นก็มีลูกโตจะขายได้แล้วก็ยังตายต้องตัดต้นทิ้ง แม้เบื้องต้นจะมีการนำเอายางรถยนต์มาเผาตอทิ้งเพื่อฆ่าเชื้อก็ยังไม่หาย บางต้นถูกโรคกัดกินเข้าถึงในต้น เบื้องต้นไม่รู้สาเหตุว่าเกิดโรคนี้ได้อย่างไร ทั้งนี้ นายอมร เจ้าของสวนได้มีการแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่ก็ยังไม่พบว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบลงพื้นที่มาให้การช่วยเหลือ หรือให้คำแนะนำแต่อย่างไร ทำให้ตอนนี้ นายอมร บุญดิรก เจ้าของสวนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ทั้งโรคที่ระบาด และปัญหาภัยแล้ง วันนี้จึงได้มีการร้องสื่อเพื่อให้สื่อเป็นกระบอกเสียงนำปัญหาที่ชาวสวนพบเจอผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ลงมาช่วยเหลือ หรือให้คำแนะนำ เพื่อจะได้หาวิธีป้องกัน และดูแลต่อไป ทั้งนี้หากปล่อยไว้เช่นนี้ สวนทุเรียนที่ปลูกไว้ก็อาจจะถูกโรคนี้ระบาดกัดกินจนหมดสวน จึงอยากวิงวอนให้หน่วยงานที่รับผิดชอบลงมาดู
นายอมร บุญดิรก เจ้าของสวนทุเรียนที่ได้รับความเดือดร้อน กล่าวว่า ตอนนี้ทุเรียนที่ปลูกไว้ได้ยืนต้นตายไปกว่า 300 ต้นแล้ว ในเบื้องต้นได้มีการนำยามาฉีดพ่น และทาก็ยังไม่พบว่าโรคจะหายไปแต่อย่างไร ตอนนี้สวนข้างเคียงก็เป็น และรวมทั้งทั้งตำบลก็เป็นโรคเช่นนี้เหมือนกัน ซึ่งได้มีชาวสวนได้แจ้งเกษตรอำเภอไปแล้ว แต่ก็ยังไม่มียาอะไรเข้ามารักษาให้หาย มีแต่ชาวสวนต้องตัดต้นอย่างเดียว ส่วนต้นที่มีผลผลิตแล้วก็ต้องตัดทิ้ง และก็ต้องทำใจ ทั้งนี้อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบลงมาดู เพราะชาวสวนก็ไม่มีความรู้ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นโรคอะไรกันแน่