ปศุสัตว์ตรังลุยแก้ปัญหานมโรงเรียน

ภูมิภาค23 มิ.ย. 2562 • 13:20 น.
ปศุสัตว์ตรังลุยแก้ปัญหานมโรงเรียน
ปศุสัตว์จังหวัดตรัง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาโครงการอาหารเสริม(นม)โรงเรียน เพื่อให้แต่ละสถานศึกษาได้ยึดถือเป็นแนวปฏิบัติ นายสุรจิต วิชชุวรรณ ปศุสัตว์จังหวัดตรัง เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตรัง ได้ขับเคลื่อนโครงการอาหารเสริม(นม)โรงเรียน พบปัญหาและอุปสรรคการดำเนินงานในโรงเรียน เรื่องการจัดสรรนมให้โรงเรียนไม่เพียงพอกับจำนวนนักเรียน ส่วนมากมีความคลาดเคลื่อน เนื่องจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้ข้อมูลจำนวนนักเรียนจากปีการศึกษาที่ผ่านมาเป็นฐานการจัดสรร,ในการจัดซื้อนมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมักจะดำเนินการจัดซื้อนมในราคากลาง ขาดการต่อรองราคา โรงเรียนไม่สามารถเลือกนมที่มีคุณภาพเองได้ นายสุรจิต กล่าวอีกว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นวางแผนจัดซื้อไม่ตรงตามความต้องการของโรงเรียนและในบางครั้งโรงเรียนที่อยู่ห่างไกลได้รับเฉพาะนม UHT บางแห่งได้รับนมพาสเจอร์ไรส์ , การจัดส่งนมบางแห่งส่งล่าช้า ในช่วงเปิดภาคเรียนใหม่ล่าช้าประมาณ 1-2 สัปดาห์ ขณะที่ภาชนะจัดเก็บนมและสถานที่เก็บรักษานมไม่เพียงพอและเหมาะสม , ความพึงพอใจในการดื่มนมของนักเรียน นักเรียนจะไม่ชอบดื่มนมรสจืด นอกจากนี้ ยังไม่มีการประสานงานที่ดีหรือการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาระหว่างโรงเรียนด้วย "อย่างไรก็ตาม ในการแก้ปัญหานมทั้งระบบ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ควรวางมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาโครงการอาหารเสริม(นม)โรงเรียน เพื่อให้แต่ละสถานศึกษาได้ยึดถือเป็นแนวปฏิบัติดังนี้ 1. จัดทำระบบข้อมูลสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ แหล่งผลิตนมพาสเจอร์ไรส์ที่ท้องถิ่นจะสามารถเลือกซื้อได้ สถิติผลการตรวจสอบวิเคราะห์คุณภาพนมและคุณค่าน้ำนมของแต่ละแหล่งผลิต เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อของสถานศึกษา จำนวนนักเรียนที่รับบริการ นักเรียนนิยมดื่มนมชนิดใด รสใด น้ำหนัก-ส่วนสูง ก่อนดื่มเป็นอย่างไร เมื่อดื่มนมและมีพัฒนาการ ต่อเนื่องอย่างไร ค่านิยมการดื่มนมจืดมีปริมาณสูงขึ้นมากน้อยเพียงใด เป็นต้น" นายสุรจิต กล่าว นายสุรจิตกล่าวต่อไปว่า 2. รณรงค์ให้ความรู้ทางโภชนาการแก่นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน โดยใช้โครงการนมเป็นเครื่องมือเพื่อให้เด็กนักเรียนเป็นผู้บริโภคที่ฉลาด สามารถศึกษาคุณค่าทางโภชนาการที่ได้รับ3. ให้สถานศึกษาจัดซื้อจัดจ้างตามสภาพของแต่ละท้องถิ่น ทั้งประเภทชนิดของนม โดยคำนึงถึงหลักให้นักเรียนได้ดื่มนมที่มีคุณภาพทางโภชนาการสูงที่สุด 4. การจัดส่งนม สถานศึกษาควรควบคุมดูแลให้อยู่ในสภาพการเก็บรักษาที่เหมาะสมตามชนิดของนม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นมพาสเจอร์ไรส์ที่ต้องเก็บไว้ในอุณหภูมิ2-5 องศาเซลเซียส "5. สถานศึกษาควบคุมดูแลการบริโภคให้นักเรียนกลุ่มเป้าหมาย ได้ดื่มนมที่มีคุณภาพครบทุกคนในช่วงเวลาที่เหมาะสมในแต่ละวัน ครบ 230 วันตามที่กำหนด และ 6. ควรติดตามประเมินผลโครงการอาหารเสริม(นม)โรงเรียนในพื้นที่ ทั้งในเรื่องผลผลิตจากสุขภาพร่างกายของนักเรียน" นายสุรจิตกล่าว