สมาคมประมงพื้นบ้านจ่อยื่นข้อเรียกร้องรัฐบาลจัดระเบียบการทำประมงยั่งยืน

ภูมิภาค31 ส.ค. 2563 • 11:07 น.
สมาคมประมงพื้นบ้านจ่อยื่นข้อเรียกร้องรัฐบาลจัดระเบียบการทำประมงยั่งยืน
วันที่ 31 สิงหาคม นายปิยะ เทศแย้ม นายกสมาคมประมงบ้านทุ่งน้อย ต.เขาแดง อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะแกนนำกลุ่มประมงพื้นบ้านระดับประเทศ เปิดเผยว่า แกนนำสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย เตรียมเดินทางไป กทม.เพื่อยื่นหนังสือติดตามข้อเสนอเพื่อการประมงยั่งยืน โดยชาวประมงพื้นบ้านจะไม่เลิกประกอบอาชีพทำการประมงที่รับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และเชื่อว่าหากชาวประมงทุกฝ่ายทำการประมงอย่างรับผิดชอบ จะทำให้ชาวประมงและคนไทยได้รับประโยชน์ จากทรัพยากรอาหารทะเลไทยได้อย่างยั่งยืนเป็นธรรม แต่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขปัญหาชาวประมงพื้นบ้าน และการประมงลักษณะไม่ยั่งยืน “ ขอเรียกร้องประกอบด้วย รัฐบาลต้องหยุดยั้งการประมงที่ทำลายสัตว์น้ำวัยอ่อน โดยการกำหนด ชนิด ขนาด และสัดส่วน พันธุ์สัตว์น้ำเศรษฐกิจที่ห้ามทำการประมงช่วงวัยอ่อน เช่น ปลาทู ปลาลัง ปลากุเลา ปลาอินทรี ปลาสาก ปลาหลังเขียว และปูม้า ขอให้รัฐบาลออกระเบียบควบคุมการใช้เครื่องมืออวนล้อมจับ ลดจำนวนของเรือปั่นไฟจับสัตว์น้ำที่ใช้อวนตาถี่ และกำหนดให้เรืออวนลากคู่ทำการประมงในระยะห่างจากชายฝั่งทะเล 15 ไมล์ ขอให้เปลี่ยนการกำหนดโควตาการจับสัตว์น้ำ จากจำนวน 240 วันเป็นปริมาณน้ำหนักที่แท้จริง เนื่องจากเรือประมงขนาดใหญ่ใช้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงสามารถจับสัตว์น้ำได้มาก” นายปิยะ กล่าว นายปิยะ กล่าวว่า ให้รัฐบาลออกนโยบายห้ามส่งออกผลผลิตปลาป่นจากการประมงไปต่างประเทศ เนื่องจากปลาป่นสำหรับใช้เป็นอาหารสัตว์ที่ผลิตในประเทศไทยนั้น มีปริมาณร้อยละ 18 ของปลาป่นทั้งหมด ขอให้แก้ไข พรก.การประมง 2558 และ แก้ไขเพิ่มเติม โดยเพิ่ม หมวดว่าด้วย “การประมงพื้นบ้าน” เพื่อเป็นหลักประกันการจัดการที่แตกต่างกับการประมงพาณิชย์ และให้ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายประมงส่วนที่กระทบกับวิถีชีวิตการประมงขนาดเล็ก “ หน่วยงานรัฐควรออกใบอนุญาตทำการประมงพื้นบ้านให้ชาวประมงขนาดเล็ก เนื่องจากตั้งแต่มีกฎหมายฉบับใหม่ ชาวประมงพื้นบ้านเรือต่ำกว่า 10 ตันกรอส ยังไม่เคยได้รับใบอนุญาตทำการประมงพื้นบ้าน หากออกใบอนุญาตก็จะต้องห้ามทำการประมงนอกเขตชายฝั่ง รวมทั้งควรแยกระบบและวิธีการออกใบอนุญาตแตกต่างจากการประมงพาณิชย์ ขอให้เร่งจดทะเบียนเรือประมงพื้นบ้าน โดยใช้ระบบการจดทะเบียนเรือประมงสำหรับชาวประมงพื้นบ้านขนาดเล็กเป็นการเฉพาะ ขอให้รัฐบาลอนุญาตให้ทำการประมงพื้นบ้านในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทางทะเล “ ขอให้รัฐบาลจัดตั้งโรงเรียนชาวประมงยั่งยืน เพื่อตอบสนองการทำประมงสมัยใหม่ และรัฐบาลต้องยืนยันการบังคับใช้กฎหมายเพื่อการจัดการทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืน และรับผิดชอบต่อไป ไม่ควรผ่อนผันเกี่ยวกับการตรวจสอบแหล่งที่มาของผลผลิต เพราะจะเป็นช่องว่างทำให้ปัญหาการประมงแบบทำลายล้างไม่สามารถการควบคุม เกิดเรือประมงสวมทะเบียน, ละเมิดสิทธิแรงงาน และการค้ามนุษย์ กลับมาอีกในประเทศไทย”นายปิยะ กล่าว