โคราชผงะ ! ข้าราชการครูบำนาญรวมตัวขอให้รบ.ช่วยเหลือจริงจังหลังประสบปัญหาหนี้สินและวิกฤตทางเศรษฐกิจ
วันที่ 20 มีนาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ที่ห้องประชุมลำปรุ สำนักงานเทศบาลตำบล (ทต.) ปรุใหญ่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายชยพล โปร่งกลาง ข้าราชการครูบำนาญในฐานะประธานแกนนำแก้ไขปัญหาหนี้สินครูโคราช จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การแก้ไขหนี้สินครัวเรือน” โดยมีนายเชิดศักดิ์ หิรัญสิริสมบัติ อดีตรองอัยการสูงสุดและที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการการศึกษา การแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำด้านเศรษฐกิจ เป็นวิทยากรชี้แจงสร้างการรับรู้ทำความเข้าใจวิธีรวบรวมหนี้สินค้างชำระสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมาและสถาบันการเงินลงในโปรแกรม Microsoft Excel ให้กับข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการครูบำนาญ จำนวน 120 คนและมีมูลหนี้เฉลี่ยรายละ 4-5 ล้านบาท หลายสิบรายแม้นมีวินัยส่งเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยต่อเนื่องจนถึงช่วงอายุ 75 ปี ยอดหนี้ก็ยังไม่หมดรวมทั้งมีสถานะถูกยึดทรัพย์แล้วและอยู่ระหว่างขั้นตอนจะถูกฟ้องล้มละลายและกระบวนการสืบทรัพย์บังคับคดีในเร็วๆนี้
นายชยพล ประธานแกนนำ ฯ เปิดเผยว่า กิจกรรมนี้เป็นการให้ความรู้ด้านกฎหมาย และนำเสนอทางออกให้กับข้าราชการและบุคคลากรในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั้ง 8 เขต ที่ประสบปัญหาหนี้สินและมีสถานะวิกฤตทางเศรษฐกิจ กรณีเงินเดือนถูกหักจนหมด บางรายติดลบต้องหาเงินกู้นอกระบบหรือยืมญาติและเพื่อนสนิทมาใช้จ่ายในการดำรงชีพ จึงนัดรวมตัวหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่บั่นทอนชีวิต เสมือนตายทั้งเป็น นำเสนอมูลหนี้ให้รัฐบาลรับทราบ เพื่อประสานกับเจ้าหนี้ในระบบนำไปสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาลดความขัดแย้งระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้รวมถึงผู้ค้ำประกัน ร้องขอพิจารณาขยายระยะเวลาส่งงวด เพื่อให้ลูกหนี้มีเงินเหลือ 30 % จริงๆ มิใช่เงินทิพย์และเป็นจังหวัดนำร่องดำเนินการเป็นแห่งแรก
นางจันทร์ฉาย อดีตครูผู้สอนโรงเรียนประถมศึกษาในตัว อ.ปักธงชัย กล่าวว่า มีหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ครู ฯ ธนาคารออมสินและบัตรเครดิต เงินบำนาญเดือนละ 1.9 หมื่นบาท ถูกต้นสังกัดหักเงินจนหมดและยังต้องหามาจ่ายอีกเดือนละ 2 พันบาท ชีวิตลำบากมาก ต้องกระเสือนกระสนดิ้นรนหาเงินเลี้ยงชีพทั้งตนเองและลูกหลานที่มีคนพิการด้วยรวม 9 ชีวิต ตระเวนรับจ้างขายอาหารตามสั่งและขายนมเปรี้ยว ขณะนี้กู้หนี้ยืมสินมาทุกช่องทางจนหมดหนทาง ตนอายุ 69 ปี มีปัญหาสุขภาพมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน ถ้ากู้ระเบิดแล้วได้เงินก็พร้อมเสี่ยงภัย เพื่อหาเงินมาเลี้ยงลูกหลานให้อยู่รอดปลอดภัยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี
ด้านนายลือพงษ์ อดีตครูผู้สอนโรงเรียนประถมใน อ.ครบุรี กล่าวว่า มีหนี้ในระบบ 8 ล้านบาท เงินเดือนถูกหักเพื่อชำระหนี้สินไม่เหลือใช้สักบาทเดียว ก่อนหน้านี้ก็ถูกบังคับคดียึดบ้านที่ดิน เนื่องจากเป็นผู้ค้ำประกันให้เพื่อนครู โชคดีที่น้องสาวเมตตาให้ที่พักอาศัยและดูแล ตนใช้เวลาว่างทำงานบ้านและหารับจ้างเล็กๆน้อย ทั้งนี้หวังรัฐบาลและผู้มีอำนาจจะช่วยเหลือลดดอกเบี้ยและขยายเวลาการชำระหนี้เพื่อให้เหมาะสมกับกำลังส่งของลูกหนี้