พ่อค้าอาหารตามสั่งโคราชกัดฟันแบกทุนพุ่งร้อยละ 30 วอน รบ.ช่วยด่วน
เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการร้านอาหารตามสั่งข้างทางในเขตเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา หลังแบกรับภาระต้นทุนวัตถุดิบ ทั้งเนื้อสัตว์ ผัก พริก เครื่องปรุงรส น้ำมันพืช และก๊าซหุงต้ม มีการปรับขึ้นราคาอย่างต่อเนื่อง
นายอติชาติ หรือพี่กบ ศรีวิลัย อายุ 41 ปี เจ้าของร้าน “กบอาหารตามสั่ง” ริมถนนสรรพสิทธิ์ ตรงข้ามร้านกาแฟฮูย่า เขตเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา เปิดเผยว่า ประกอบการมานานกว่า 22 ปี ครั้งนี้ถือว่าได้รับผลกระทบหนักที่สุดทั้งผู้ประกอบการ และผู้บริโภค ขณะนี้บรรยากาศการค้าขายในช่วงกลางคืนยังคงเงียบเหงา ปกติเปิดขายเวลา 17.00-02.00 น. แต่มีลูกค้าทยอยมาซื้อถึงเวลา 21.00 น. ก็เริ่ม ไม่คักคึกเหมือนเดิม เนื่องจากประชาชนและลูกค้าส่วนใหญ่ยังขาดสภาพคล่องในด้านการเงิน เชื่อว่าต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควรที่สภาพเศรษฐกิจจะกลับมาเข้าสู่สภาวะปกติ จากสภาพเศรษฐกิจโดยรวม ภาวะเงินเฟ้อ น้ำมันเชื้อเพลิง และแก๊สหุงต้มซึ่งถือเป็นต้นทุนและปัจจัยสำคัญปรับขึ้นราคาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ค่าครองชีพของประชาชนเพิ่มสูงขึ้น
สำหรับร้านของตนแม้นว่ามีการปรับราคาขึ้นทุกเมนู 5 บาท มานาน 2 เดือน ยังประสบปัญหาวัตถุดิบต้นทุนแพง เพราะทางร้านมีเมนูยอดนิยมคือหมูกรอบแต่ต้องยอมรับว่าขาดทุนเนื่องจากราคาเนื้อหมูสามชั้นกิโลกรัมละ 230 บาทใช้วันละ 3 กิโลกรัม รวมต้นทุนการแปรรูปที่ต้องใช้น้ำ และแก๊สหุงต้ม จากการขายมีการคำนวณกำไรปรากฏว่าขาดทุนแต่จำเป็นต้องขายแบกรับต้นทุนเองเพื่อรักษาลูกค้าไว้ นอกจากนี้ยอดขายลดลงร้อยละ 50 เนื่องจากลูกค้ามีความจำเป็นต้องประหยัดเงิน ลูกค้าส่วนใหญ่เคยซื้อ 2 กล่องต้องลดลงเหลือเพียงกล่องเดียวนำไปแบ่งกันกิน
ปัจจุบันต้นทุนที่ต้องจ่ายในแต่ละวัน ก่อนหน้านี้จ่ายวันละ 10,000 บาท แต่ตลอดห้วง 2 เดือนที่ผ่านมาราคาวัตถุดิบพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้ต้องควักเงินเพิ่มอีก 3,000 บาท รวมเป็นต้นทุนวันละ 13,000 บาท หรือร้อยละ 30
อย่างไรก็ตามขอให้รัฐบาลรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสร้างความสมดุลในการกำหนดทิศทางนโยบายเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ รวมทั้งช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะการควบคุมราคาต้นทุนค่าครองชีพ ให้มีความเหมาะสมตามความจำเป็น ให้ประชาชนได้ลืมตาอ้าปากหลังจากผ่านช่วงวิกฤตโรคระบาดมา ไม่ควรเพิกเฉยปล่อยให้ประชาชนเผชิญปัญหาลำพัง