ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 พิพากษาลงโทษ จำคุก 2 ปี 6 เดือน ข้าราชการตำรวจเบียดบังสิ่งของหลวง
เมื่อวันที่ 30 ต.ค.2563 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เปิดเผยว่าคณะกรรมการ ป.ป.ท. พิจารณา กรณีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 มีคำพิพากษาลงโทษผู้กระทำความผิดตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ท.ชี้มูลความผิด
โดยพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่อุทธรณ์ เนื่องจากศาลได้มีคำพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้องของพนักงานอัยการ
คดีนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ท. ได้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีกล่าวหา จ.ส.ต.สมเกียรติ(นามสมมุติ) ผู้ถูกกล่าวหา ตำแหน่ง ผบ.หมู่ งานธุรการ ได้เบิกสิ่งของหลวงเพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ มีรถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน อาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 23 นัด และวิทยุสื่อสาร จำนวน 1 เครื่อง ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติผู้เสียหาย และระหว่างที่ผู้ถูกกล่าวหาครอบครองสิ่งของหลวง ได้ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย ทำให้สูญหาย ทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์ดังกล่าว อันเป็นหน้าที่ของผู้ถูกกล่าวหาที่จะปกครองหรือรักษาไว้ แล้วเบียดบังเอาทรัพย์สินทั้ง 4 รายการไปเป็นของตนหรือของผู้อื่นโดยทุจริต อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย
คณะกรรมการ ป.ป.ท. ได้พิจารณาในการประชุมครั้งที่ 30/2558 เมื่อวันที่ 26 ส.ค.2558 โดยมีมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 มาตรา 157 และมาตรา 158 และความผิดวินัยร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ตนเอง หรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ ต่อมาพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 ภาค 9 ได้ยื่นฟ้องผู้ถูกกล่าวหาเป็นจำเลย เมื่อวันที่ 24 ก.ค.2563
วันที่ 3 ก.ย.2563 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ได้พิเคราะห์พยานหลักฐานตามสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการ ป.ป.ท. ซึ่งจำเลยได้รับทราบและมิได้โต้แย้งคัดค้าน การกระทำของจำเลยจึงเป็นการละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และเป็นการเบียดบังเอาไปเสียซึ่งทรัพย์สิ่งของหลวงอันเป็นหน้าที่ของตนที่จะปกครองหรือรักษาไว้ตามมาตรา 147 และมาตรา 158 จึงเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท พิพากษาว่าจำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด จำคุก 5 ปี จำเลยรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน