ประธานกรรมการสงเคราะห์ศรีสะเกษ ระดมสมองกรรมการบริหาร ช่วยเด็กก้าวพลาดเป็นคนดีคืนสู่สังคม

ภูมิภาค7 ต.ค. 2562 • 13:45 น.
ประธานกรรมการสงเคราะห์ศรีสะเกษ ระดมสมองกรรมการบริหาร  ช่วยเด็กก้าวพลาดเป็นคนดีคืนสู่สังคม
วันที่ 7 ตุลาคม 2562 เวลา 13.30 น. ที่ชั้น 3 สำนักงานสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดศรีสะเกษ นายพิทักษ์ พันธมาศ ผู้อำนวยการสถานพินิจจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ดร .กัลยาณี ธรรมจารีย์ ประธานกรรมการสงเคราะห์สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดศรีสะเกษ ได้เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการบริหารครั้งที่ 1/ 2563 โดย มี นางสาวอรทัย บุตรศรี นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ , นางปราณี ประดับศรี, นางชีวารัตน์ ปิมแปง นางสาวชุติมา ทองสลับ นักจิตวิทยา นำคณะกรรมการสงเคราะห์ประกอบด้วย นางสมพร สังข์สุวรรณ, นางจันทร์เพ็ญ กุย ,นางจันทร์จิรา แนวมัน, นางมัลลิกาฐินี คูรานา , นายประดิษฐ์ พรหมเสนา, นายประสิทธิ์ ศรีสมุทร, นายเฉวียง วิชัย, นางเพ็ญศรี เรืองพาณิชย์ภิบาล , นางภิญญาภัค บุญยมานุรักษ์ , นางประทิน หลาวทอง , นายสง่า รัตนปริญญานนท์, ว่าที่ร้อยตรีสุนันท์ กิ่งคำ , นางสาวสุดาลักษณ์ พรหมชุณห์ , นางสาวศศิภา รัตนถาวรกิติ ,นางสุภาพร โอภาสพสุ และเจ้าหน้าที่จากสถานพินิจฯเข้าประชุมโดยใช้เวลาในการประชุมร่วมกันกว่า 3 ชั่วโมง ดร .กัลยาณี ธรรมจารีย์ ประธานกรรมการสงเคราะห์ฯกล่าวว่า กรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชนมีหน้าที่เป็นที่ปรึกษาผู้อำนวยการสถานพินิจในการพิทักษ์และคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการของเด็กเยาวชนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยมีมาตรการดำเนินการด้านการป้องกัน แก้ไข บำบัด ฟื้นฟู พัฒนาและสงเคราะห์ ติดตามประเมินผล ประสานความร่วมมือ สร้างเครือข่ายกับชุมชน เพื่อให้ สนับสนุนกระบวนการยุติธรรมและลดการกระทำผิดของเด็กและเยาวชนให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ดีจนสามารถกลับไปอยู่กับครอบครัวและสังคมอย่างเป็นปกติสุข แต่ภารกิจในการให้ความช่วยเหลือมีจำนวนมาก เพราะเด็กกระทำผิดมีมากขึ้นทุกวัน การให้กำลังใจเด็กตั้งแต่การให้โอวาทและหาของกินของใช้ไปให้ในวันสำคัญๆเช่น วันปีใหม่ วันเด็ก วันครอบครัว วันแม่ วันพ่อ การจัดสวัสดิการด้านการศึกษา สภาพแวดล้อม และเฝ้าระวังเด็กที่ปล่อยตัวไปไม่ให้หวนกลับไปกระทำความผิดอีก กรรมการต้องลงพื้นที่ไปติดตามดูแลสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัว หาทางช่วยเหลือให้เขาสามารถประกอบอาชีพเพื่อเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ จะต้องใช้เงินส่วนตัวและจากกองทุนที่กรรมการสงเคราะห์ได้ช่วยกันเสียสละเป็นเงินกองกลางและจัดหารายได้จากการจัดกิจกรรมต่างๆ ซึ่งครั้งนี้ได้ระดมสมองหาวิธีสร้างความเข้าใจให้ผู้ที่จะให้ความช่วยเหลือสนับสนุนช่วยเหลือเด็กได้เข้าใจให้มากที่สุด เพราะเด็กเยาวชนอายุยังไม่ถึง 18 ปี ยังไม่เป็นนักโทษที่เข้าเรือนจำ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ทุกคนต้องช่วยกันปั้นให้เด็กเปลี่ยนเป็นคนดีให้ได้ โดยไม่หวนกลับไปทำผิดอีก ต้องให้กำลังใจ ให้เด็กกลับไปเรียน ให้อุปกรณ์ไปประกอบอาชีพ เลี้ยงตัวเองให้ได้. น.ส.เพียงฤทัย เกียรติชนนาวี / ศรีสะเกษ