เล็งผันน้ำจากเขื่อนป่าสักฯเข้าลำตะคองแก้ปัญหาภัยแล้ง
เมื่อวันที่ 21 ก.ย.60 ที่ห้องประชุมรับรอง เขื่อนลำตะคอง จ.นครราชสีมา พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะร่วมประชุมชี้แจงสถานการณ์น้ำต้นทุนของเขื่อนลำตะคองซึ่งมีปริมาณน้อยกว่าที่อื่น เพื่อให้สามารถมีน้ำใช้ได้อย่าพอเพียงตลอดฤดูกาล
พลเอก ฉัตรชัย เปิดเผยว่า ตนมีความห่วงใยโดยเฉพาะภัยแล้งที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งจากอิทธิพลพายุทกซูรีส่งผลกระทบทางด้านลุ่มน้ำยม ตอนเหนือ ตั้งแต่ จ.พิษณุโลก และ จ.แพร่ ส่วนอีกด้านหนึ่ง คือ ตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จ.นครพนม ขณะเดียวกันที่ จ.นครราชสีมา โดยเฉพาะเขื่อนลำตะคองที่อยู่ด้านล่าง ไม่ได้รับผลกระทบจากพายุทกซูรี ซึ่งพายุทกซูรีเข้ามาพบว่า อ่างเก็บน้ำในเขตชลประทานทั้งหมดทั่วประเทศมีน้ำมากกว่า 50% หรือบางเขื่อนเกือบ100% ที่เป็นห่วง2 แห่ง ที่ คือ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา จ.เชียงใหม่ และเขื่อนลำตะคอง จ.นครราชสีมา เพราะ2 เขื่อนนี้ เป็นเขื่อนที่มีน้ำอยู่ประมาณ 35% ฉะนั้นในเขตชลประทานมีอ่างเก็บน้ำลำตะคองและอ่างเก็บน้ำแม่กวงที่มีปัญหา ดังนั้นในวันนี้จึงได้ลงมาพูดคุยกับข้าราชการในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาที่ได้ลงมาร่วมหารือด้วยตัวเองเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว
"ในอนาคตมองว่าน้ำที่มีอยู่ในเขื่อนลำตะคองประมาณ35% สามารถใช้ได้ถึงฤดูแล้งหน้าหรือไม่ วันนี้เราตั้งเป้าว่าอย่างน้อยที่สุดต้องถึงเดือนมิถุนายน ปี2561หรือประมาณ8เดือนนับจากนี้ ซึ่งน้ำที่มีอยู่35% จะต้องบริหารจัดการน้ำให้ดีที่สุดและลำดับความเร่งด่วนในการใช้น้ำ คือ1. น้ำเพื่ออุปโภคบริโภค โดยน้ำจากลำตะคองจะต้องสนับสนุนในเรื่องของน้ำในการผู้บริโภค จ.นครราชสีมา ในตัวเมืองได้จนถึงเดือนมิถุนายน ปี 2561ที่จะถึงนี้ 2. สามารถรักษาระบบนิเวศในพื้นที่ให้ได้ หากระบบนิเวศในพื้นที่หากเสียหายจะฟื้นฟู 2 ปี หรือบางพื้นที่ฟื้นฟูมากกว่า5ปี 3. การเกษตร โดยปีนี้น้ำที่มี 35% แม้จะสูงกว่าปีที่แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถดูแลการทำการเกษตรของพี่น้องในพื้นที่ที่รับน้ำจากเขื่อนลำตะคองได้ทั้งหมด ดังนั้นจึงต้องมีการวางแผนสร้างความรับรู้จากเกษตรกรก่อนว่าพื้นที่ใดจะส่งน้ำที่มีอยู่ไปทำการเกษตร ซึ่งต้องคิดไปถึงเดือนมิถุนายนปี 2561โดยการปรับเปลี่บนการปลูกพืช เป็นพืชน้ำน้อย หรือปศุสัตว์ เพื่อหาวิธีการให้เกษตรกรมีรายได้ อย่างไรก็ตามตนได้สั่งการให้กรมชลประทานและหน่วยงานของกระทรวงเกษตร์และสหกรณ์ เตรียมแผนงานงบประมาณรองรับ เพื่อให้เกิดการจ้างงานให้เกษตรกรมีรายได้ โดยวางแผนร่วมกันตั้งแต่วันนี้เพื่อแก้ปัญหาในอนาคตที่จะเกิดขึ้นในช่วง 2-3เดือนนี้"
พลเอก ฉัตรชัย กล่าวว่า จากภาวะภัยแล้งแม้มีน้ำน้อยแต่ก็ต้องหาเพิ่ม มีแนวทางเดียวคือการใช้ฝนหลวง ได้สั่งการให้ทางกรมฝนหลวงและการบินเกษตรว่าจะทำอย่างไรถึงจะเติมน้ำในเขื่อนลำตะคองให้ได้มากที่สุด ขณะเดียวกันฝนหลวงมีข้อจำกัดคือทำฝนหลวงได้ไม่เกินสิ้นเดือนตุลาคม หลังจากเดือนตุลาเข้าสู่ฤดูหนาวความชื้นสัมพัทธ์จะไม่เพียงพอต่อการทำฝน อากาศจะแห้ง จึงสั่งการให้กรมฝนหลวงฯระดมสรรพกำลังให้เริ่มดำเนินการปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อเติมน้ำลำตะคองตลอดเรื่อนเดือนตุลาคมนี้
“การแก้ปัญหาน้ำในเขื่อนลำตะคองคงต้องมองถึงระยะยาว โดยได้ให้กรมชลประทานศึกษาแผนงานโครงการมาแล้วโดยมองว่าจะใช้ศาสตร์พระราชามาแก้ปัญหาน้ำในเขื่อนลำตะคอง คือทำในลักษณะอ่างพวง ซึ่งเป็นแนวทางแก้แก้ปัญหาในลักษณะที่ดีที่สุดและใกล้ที่สุดสามารถดำเนินการได้ คือจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำที่มีประสิทธิภาพ มีระยะทางที่จะทำตรงนี้ คือ 37 - 38 กิโลเมตร ซึ่งตรงนี้เป็นความยากลำบากเพราะมีความต่างระดับกถึง 200 กว่าเมตร แต่เป็นเส้นทางที่ดีที่สุด คือเอาน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มาเก็บเบื้องต้นไว้ที่หมวกเหล็ก ประมาณ 9.9 กิโล หรือประมาณ 10 กิโล และจากมวกเหล็ก ส่งมาที่เขื่อนลำตะคองอีกทีหนึ่ง ซึ่งจะต้องใช้เครื่องสูบน้ำที่สูงขึ้นไปแล้วปล่อยให้ลงออกมาทั้งหมดเป็นแนวทางที่ได้ให้กรมชลประทานเริ่มดำเนินการสำรวจออกแบบทำตามกระบวนการผ่าน EIAให้เร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดซึ่งหากแก้ปัญหาโดยสร้างอ่างพวงตามศาสตร์ของพระราชา จะทำให้เขื่อนลำตะคองสามารถมีน้ำได้มั่นคงขึ้นแต่ อย่างไรก็ตามก็จะต้องใช้ระยะเวลาคาดการณ์ว่าน่าจะอยู่ที่สองปีในการสำรวจออกแบบและผ่านกระบวนการ EIA ทั้งสิ้นเร็วสุดจะเริ่มโครงการในปี 2563 ใช้งบประมาณ 3,900,000,000 บาท”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำในเขื่อนลำตะคอง ณ วันที่ 20 กันยายน 2560 มีน้ำ 111 ล้าน ลบ.ม. เป็นน้ำใช้การได้ 88 ล้าน ลบ.ม. โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง มีพื้นที่ชลประทานที่ต้องดูแล จำนวน 154,195 ไร่ มีการเพาะปลูกรวม 120,599 ไร่ ซึ่งจะเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จในต้นเดือนธันวาคม 2560 คาดว่า ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 เขื่อนลำตะคองจะมีน้ำใช้การได้ 114 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งน้อยกว่าเขื่อนอื่นๆ ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาจะมีฝนตกลงมาบ้าง แต่โดยรวมก็มีน้ำไหลเข้าเขื่อนน้อยมาก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้เตรียม ความพร้อมด้วยการให้ปรับแผนปฏิบัติการฝนหลวงเร่งเติมน้ำในเขื่อนลำตะคองเพิ่มเติม เพื่อลดความเสี่ยง ต่อการเกิดภัยแล้งเฉพาะพื้นที่ที่จะเกิดขึ้น