สาววัย32 ทำคลอดเสียชีวิตคารพ.ส่วนเด็กรอด ญาติร้องขอความเป็นธรรมและสาเหตุหน้าศาลากลาง
วันที่ 31 ต.ค.66 เวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังที่บ้าน หมู่ 4 บ้านดอนแค ตำบลตากแดด อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร เป็นที่ตั้งของงานสวดอภิธรรมศพหลังได้รับการร้องเรียนขอความเป็นธรรมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรณีนางสาว ปนัดดา อายุ 32 ปี พนักงานบริษัทเอกชนในพื้นที่จังหวัดชุมพร หลังผ่าตัดทำคลอดบุตรสาวแล้วเสียชีวิต ส่วนเด็กรอดแต่อาการยังน่าห่วงต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยญาติยังติดใจการเสียชีวิตกะทันหันและมีข้อสงสัยหลายอย่างซึ่งก่อนหน้านั้นสุขภาพร่างกายปกติสมบูรณ์ไม่มีโรคประจำตัวใดๆ
ผู้สื่อข่าวพบกับนางสาวนัชนก อายุ 55 ปี แม่ผู้เสียชีวิต นายนิคม อายุ 47 ปี น้าชาย และนางสาว จิตรา อายุ 49 ปี น้าสาว โดยทั้งหมดร่วมกันเปิดเผยว่า นางสาว ปนัดดา ตั้งครรภ์เป็นท้องแรกแพทย์โรงพยาบาลนัดคลอดและพักฟื้นเฝ้าดูอาการตั้งแต่เช้าวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา จนกระทั่งช่วงเย็นวันเดียวกันนางสาวปนัดดา โทรบอกแม่ว่าหมอให้ยาเม็ดหรือยาเร่งสอดไปแล้ว 1 เม็ด ซึ่งไม่มีอาการเจ็บแต่มีอาการหน่วงท้อง น้ำไม่เดินแต่ปวดฉี่บ่อยครั้ง แต่อาการอื่นๆปกติเดินนั่งได้และยังพูดคุยปกติจนถึง 1 ทุ่ม
กระทั่งเวลาประมาณ 4 ทุ่ม นางสาว จิตรา น้าสาวได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลโดยหมอบอกว่า ทำใจได้ไหมจึงบอกไปว่าทำใจได้เพราะตอนแรกยังไม่ทราบอาการหลานสาว แต่ขณะเดียวกันแพทย์พยาบาลกำลังปั๊มหัวใจหลานสาวคือนางสาว ปนัดดา หลังผ่าตัดทำคลอดแล้ว ขณะนั้นเห็นสภาพหลานสาวจึงทำใจไม่ได้ รับไม่ได้ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ปกติดีทุกอย่างเด็กในท้องก็ดิ้นดีปกติ จนกระทั่งไม่สามารถยื้อชีวิตนางสาว ปนัดดา ได้และเสียชีวิตช่วงเวลาประมาณ 5 ทุ่มกว่าๆ
ต่อมาญาติผู้เสียชีวิต เล่าว่า วันที่ 19 ต.ค. หมอได้เรียกญาติคุยในห้องประชุมที่โรงพยาบาลโดยเบื้องต้นหมอได้ชี้แจงว่า การเสียชีวิตสาเหตุ “น้ำคร่ำท่วมปอด” ญาติถามกลับว่าเพราะอะไรถึงน้ำคร่ำท่วมปอด แต่ไม่มีคำตอบจากหมอและในหนังสือรับรองการตาย ระบุ ยังไม่พบสาเหตุฯ ซึ่งญาติผู้เสียชีวิตทั้งหมดมีข้อสงสัยหลายอย่างเช่นว่า ทำไมการช่วยชีวิตตอนปั้มหัวใจหมอบอกว่าสัญญาณชีพฟื้นขึ้นมา 5 นาที ทำไมหมอไม่ช่วยต่อทำให้ต่อเนื่องเป็นปกติ แต่ไปพะวงเรื่องบาดแผลผ่าตัด อีกอย่างญาติยังมีข้อสงสัยเอกสารรายงานชันสูตรพลิกศพของสถานีตำรวจภูธรเมืองชุมพรระบุเวลาการตายในวันที่ 19 ต.ค.66 เวลาประมาณ 01.34 น.ซึ่งไม่ตรงขัดแย้งกับการเสียชีวิตจริงคือเวลาประมาณ 5 ทุ่มกว่าๆ
หลังจากนั้นญาติของผู้เสียชีวิต ขอสรุปเป็นเรื่องของรอฟังผลชันสูตรศพ จึงมีการส่งศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลศิริราชเมื่อวันที่ 19 ต.ค.เวลาประมาณ 5 ทุ่ม หลังชันสูตรกลับถึงชุมพรเช้าวันที่ 20 ต.ค.ในหนังสือรับรองการตายของโรงพยาบาลศิริราชระบุ สาเหตุการตายว่า “ภาวะลิ่มน้ำครำอุดตันในกระแสเลือด” พร้อมได้ตั้งศพสวดอภิธรรม 6 คืน และเผาจำลอง เมื่อเวลา 13.00 น.ของวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา ระหว่างนี้ขอเก็บศพนางสาว ปนัดดา ไว้ก่อนโดยยังไม่เผา จนกว่าจะได้รับคำตอบจากโรงพยาบาลการเสียชีวิตที่ชัดเจนเป็นธรรม
ล่าสุดวันที่ 31 ต.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ญาติของนางสาว ปนัดดา ผู้เสียชีวิต ได้นำรถกระบะไปยังหลังเมรุวัดหาดทรายแก้ว เพื่อใส่โลงศพจำลองแห่ไปยังหน้าศาลากลางจังหวัดชุมพร ยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมแก่นายวิสาห์ พูลศิริรัตน์ ผู้ว่าฯจ.ชุมพร และได้มอบหมายให้นายธนนท์ พรรพีภาส ปลัดจังหวัดชุมพร เป็นตัวแทนรับหนังสือร้องเรียน โดยมีนายนพพร มีสติ ป้องกันจังหวัดชุมพร และนายแพทย์อนุ ทองแดง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชุมพร ร่วมรับฟังปัญหาเรื่องดังกล่าวด้วย
ด้านนายแพทย์อนุฯ กล่าวว่า ทั้งนี้ได้รับทราบเรื่องที่เกิดขึ้นและได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง รอผลการตรวจชันสูตรที่โรงพยาบาลศิริราชอย่างละเอียด เพื่อคลายปัญหาข้อสงสัยแก่ญาติและพี่น้องประชาชนชาวชุมพรผ่านสื่อมวลชนให้รับทราบ พร้อมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรก็เป็นห่วงเป็นใยเรื่องนี้เช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ญาติผู้เสียชีวิต กล่าวต่อหน้าปลัดจังหวัดและนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชุมพร ให้ข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมร่ำให้ว่า หลังเกิดเหตุยังไม่มีคำขอโทษจากโรงพยาบาลชุมพรและขณะทีมบุคลากรทางการแพทย์ไปงานสวดอภิธรรมศพก็ไม่มองหน้าญาติเลย