'ศปป.4 กอ.รมน.-ป่าไม้เพชรบูรณ์' สนธิกำลังจับกุมผู้บุกรุกผาหัวสิงห์ที่ภูทับเบิก

ภูมิภาค9 ก.ค. 2563 • 16:00 น.
'ศปป.4 กอ.รมน.-ป่าไม้เพชรบูรณ์' สนธิกำลังจับกุมผู้บุกรุกผาหัวสิงห์ที่ภูทับเบิก
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กอ.รมน.ร่วมกับ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก และ ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ นำโดย พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน. พร้อมด้วยนายอัครชัย อาสุ ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก และ นายสมชาย ฉิมแย้ม หัวหน้าฐานปฏิบัติการหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ ชุดพยัคฆ์ไพร ภาคเหนือ ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้เพชรบูรณ์ กอ.รมน.จังหวัดเพชรบูรณ์ และ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอหล่มเก่า สนธิกำลังกว่า 50 นาย เข้าตรวจสอบพื้นที่บริเวณผาหัวสิงห์ ซึ่งอยู่ในพื้นที่หมู่ 8 บ้านน้ำเพียงดิน ต.บ้านเนิน อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ หลังมีผู้ร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน กรณีพบมีสิ่งปลูกสร้างใหม่ และ มีเต้นท์ถาวรสร้างบดบังภูมิทัศน์บริเวณผาหัวสิงห์ บนภูทับเบิก เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า มีการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ เพื่อทำการก่อสร้างรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศ และ ลานกางเต้นท์ ซึ่งเป็นการบุกรุกขยายพื้นที่รายใหม่ จำนวน 3 แปลง โดยแปลงแรกมีพื้นที่ประมาณ 19 ไร่ ประกอบด้วยที่พักมุงสังกะสี 4 หลัง และลานกางเต้นท์ ส่วนแปลงที่ 2 อยู่ติดกับผาหัวสิงห์ เป็นบริเวณที่ก่อสร้างอาคารตึกขาว 2 ชั้น และ ลานกางเต็นท์ที่ถูกนำมาวิจารณ์ในโลกโซเชียล มีพื้นที่ราว 3 ไร่เศษ มีอาคาร 2 ชั้น 1 หลัง ห้องน้ำห้องสุขา 1 หลัง และ ลานกางเต้นท์ ซึ่งพบว่าเป็นการบุกรุกพื้นที่เพิ่มเติมจากเดิมที่ครอบครองเพียง 1 ไร่เศษ และ แปลงที่ 3 มีพื้นที่ประมาณ 4 ไร่ ยังไม่มีผู้ใดมาแสดงตนเป็นเจ้าของพื้นที่ โดยมีสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านพักอยู่ระหว่างการก่อสร้าง 1 หลัง และห้องน้ำจำนวน 1 หลัง จากการตรวจสอบพบนายเงี่ยป๋อ แซ่ท่อ ซึ่งเป็นผู้ครอบครองที่ดินเดิมก่อนที่จะแบ่งมอบที่ดินให้กับบุตร เจ้าหน้าที่จึงให้นำชี้ขอบเขตที่ดินทำกินเดิม และ เจ้าหน้าที่ได้พบผู้ครอบครองใหม่ ให้นำตรวจสอบและให้เซ็นต์รับมอบหนังสือ ห้ามก่อสร้างอาคาร และ ห้ามใช้อาคาร โดยเจ้าหน้าที่ได้ปิดประกาศคำสั่งดังกล่าวที่อาคารสิ่งปลูกสร้าง ทั้ง 3 ราย ได้แก่ 1.นายกัวเน้ง แซ่ท่อ ครอบครองพื้นที่ จำนวน 3/2/12 ไร่ เป็นที่ดินที่ได้รับแบ่งมอบจากบิดา แม้ว่าจะเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน แต่ได้ขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นจากที่บิดาทำกินเดิม จึงผิดเงื่อนไข ตามมติ ครม. 30 มิ.ย.41 ซึ่งถือเป็นการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มเติมที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด จากนั้นคณะเจ้าหน้าที่จึงเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 54 ฐาน "ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่าหรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าหรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ มาตรา 55 ฐาน "ผู้ใดครอบครองป่าที่ได้ถูกแผ้วถางโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งมาตราก่อน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลนั้นเป็นผู้แผ้วถางป่านั้น” จึงร่วมกันตรวจยึดพื้นที่พร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านคอนกรีต 2 ชั้น 1 หลัง เต็นท์กระโจม 7 หลัง ห้องน้ำห้องสุขา 4 หลัง และปรับพื้นที่เป็นลานกางเต็นท์ 2.นายวีระพจน์ รักษ์มณี ครอบครองพื้นที่ประมาณ 19 ไร่ เป็นที่ดินที่ได้รับแบ่งมอบจากพ่อตา มีสิ่งปลูกสร้าง เป็นบ้านกระโจม 4 หลัง อาคารสำนักงาน 1 หลังห้องน้ำห้องสุขา 4 หลัง และปรับพื้นที่เป็นลานกางเต็นท์ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม 3 ราษฎรบ้านวังบาลไม่ทราบชื่อ เป็นเจ้าของ ภูลมหนาว ผาหัวสิงห์ แคมป์ปิ้ง ครอบครองพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ ไม่พบเจ้าของ สร้างบ้านกระโจม 1 หลัง ห้องน้ำ-ห้องสุขา 2 หลัง และลานกางเต็นท์ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ด้าน พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปป.4) กอ.รมน. กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ผาหัวสิงห์ หมู่ 8 ต.บ้านเนิน ยังอยู่ภายใต้คำสั่ง หน.คสช.ที 35/2559 ลงวันที่ 5 ก.ค.2559 ซึ่งให้อำนาจเจ้าหน้าที่สามารถ ยึดรื้อถอน ทำลาย ได้ และ ผอ.สจป.4 จะดำเนินการติดประกาศให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดต่อไป.