รองผบก.รับศพรับศพผู้หมวดร้อยเวรเหยื่อไอ้คลั่งปาดคอระบุปูนบำเหน็จเต็มขั้น เผยปฏิบัติตามขั้นตอนแต่เจอเหตุเฉพาะหน้าสุดวิสัย
วันที่ 8 กรกฎาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ที่ศูนย์นิติเวช โรงพยาบาลมหาราช นครศรีธรรมราช พันตำรวจเอกสุทัศน์ สงสยม รองผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยนายตำรวจ สภ.ร่อนพิบูลย์ ได้มาฝ้ารอรับศพ ร้อยตำรวจตรีบุญธรรม รอง สวป.สภ.ร่อนพิบูลย์ ที่เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายคุ้มคลั่งเข้าชาร์จและใช้มีดปาดคอขณะที่กำลังเจรจา โดยเจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนศพจากห้องไอซียู มายังอาคารนิติเวชด้วยรถไฟฟ้า เพื่อมารับการชันสูตรโดยพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ตามขั้นตอนจากนั้นได้เตรียมเคลื่อนไปยังวัดร่อนนา ตำบลร่อนพิบูลย์ อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อรดรำน้ำศำ และรอรับพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพในช่วงเย็นของวันนี้
ด้านนางจรวยพร ภรรยาของร้อยตำรวจตรีบุญธรรม ระบุว่าหลังจากนี้ไม่ต้องเป็นห่วงคนข้างหลังพร้อมที่จะดูลูกให้ดีที่สุด ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุเข้าใจว่าเป็นกงกรรมกงเกวียนคงต้องเจอกับสิ่งที่ทำไว้ ส่วนตนเองนั้นขออโหสิกรรม ซึ่งต้องขอขอบคุณผู้บังคับบัญชา และน้องๆเพื่อนตำรวจที่ช่วยดูแลอย่างเต็มที่อย่างถึงที่สุดแล้ว
ขณะที่พันตำรวจเอกสุทัศน์ สงสยม รองผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการอย่างรัดกุมตามยุทธวิธี หลังจากรับแจ้งกรณีว่ามีการคุ้มคลั่งทำร้ายพ่อแม่เผาทรัพย์สินภายในบ้าน ขณะเกิดเหตุยังไม่ถึงขั้นใช้กำลัง แต่อยู่ระหว่างการพยายามคุยเพื่อดความตึงเครียด มีระยะห่างกันประมาณ6-7 เมตร มีแสงสว่างไม่เพียงพอ ขระที่พยายามเจรจาคนร้ายได้วิ่งชาร์จเข้ามาเป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้า และใช้มีดเดือยไก่ก่อเหตุ
โดย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช ยังระบุด้วยว่าการดุแลหลังจากนี้จะมีการดำเนินการสิทธิประโยชน์ที่ครอบครัวจะต้องได้รับ การปูนบำเหน็จชั้นยศให้กับตำรวจที่เสียชีวิตรายนี้ ขณะเดียวกันบุตรจะได้รับสิทธิเข้ารับราชการตำรวจทดแทนบิดา หลังจากจบการศึกษา และสิทธิประโยชน์จากนอกหน่วยอย่างเต็มที่
ส่วนที่ สภ.ร่อนพิบูลย์ เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายรพีพัฒน์ ช่วยสวัสดิ์ ผู้ต้องหามาทำการสอบสวนในสภาพที่ยังเนื้อตัวยังเปื้อนเลือดไม่มีทีท่าเคร่งเครียดโดยมีน้าสาวนำอาหารมาให้รับประทาน โดยอ้างว่าจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา และไม่รู้ว่าตำรวจเสียชีวิตจากการกระทำของตนเอง
ขณะที่นางพวงทิพย์ มารดาของผู้ต้องหาเมื่อทราบว่าตำรวจเสียชีวิตแล้วยอมรับว่าตกใจมากกับเหตุการณ์และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ่งหลังจากนี้ขอให้เป็นเรื่องของกฎหมายดำเนินการไปอย่างเต็มที่
ส่วนนายสุวิทย์ บิดาของผู้ต้องหาเล่าว่าก่อนเกิดเหตุนายรพีพัฒน์คลุ้มคลั่งจากที่เงินขายสร้อยจำนวน 4 หมื่นบาทได้ถูกนำมาใช้จ่ายภายในบ้าน และได้รื้อของออกมาเผาหลังจากนั้นได้แจ้งเจ้าหน้าที่ผ่านระบบ 191 เมื่อกลับมาถึงบ้านได้ถูกนายรพีพัฒน์ ทำร้ายพยายามจะใช้มีดพร้าฟันจนกระทั่งมีแม่และเพื่อนบ้านเข้ามาขวาง ก่อนเจ้าหน้าที่เข้ามาระงับเหตุจนเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น