พัทลุงบุกทลาย6จุดขายบุหรี่เถื่อนและเหล้าเถื่อนพบของกลางอื้อ
ปฏิบัติการ “ดับควันเมืองโนราห์” เข้าจับกุมร้านขายบุหรี่เถื่อน และเหล้าเถื่อน พร้อมบุกทลายโกดัง ทั้งหมด 6 จุด ใจกลางเมืองพัทลุง มูลค่ากว่า 200 ล้าน พบว่าพัทลุงติด 1 ใน 3 ของประเทศ เป็นเมืองหลวงบุหรี่เถื่อน
วันที่ 18 ธันวาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ “ดับควันเมืองโนราห์” ส่งกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 40 นาย กระจายกำลังบุกค้นร้านขายบุหรี่เถื่อน และเหล้าเถื่อน พร้อมบุกค้นโกดังเก็บบุหรี่เถื่อน และเหล้าเถื่อน ทั้งหมด 6 จุด ใจกลางเมืองพัทลุง การบุกจับกุมในครั้งนี้เป็นล็อตมโหฬารทั้งบุหรี่และเหล้า มูลค่ากว่า 200 ล้าน พร้อมเงินอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งของกลางจากจำนวน 6 จุด ได้ลำเลียงมากับรถบรรทุก 6 ล้อ และรถยนต์กระบะ กว่า 20 คัน จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ลำเลียงของดังกล่าวขึ้นหอประชุมจังหวัดพัทลุง จนเต็มหอประชุมฯเพื่อแยกชนิดและนับจำนวน พร้อมด้วยผู้ต้องหาที่อยู่ประจำร้านค้า และโกดังจำนวน 7 ราย
เบี้องต้นเจ้าหน้าที่ชุดชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ “ดับควันเมืองโนราห์” ได้แยกชนิดเหล้า พบว่าเหล้าบางยี่ห้อเป็นของปลอมที่มีฤทธิ์รุนแรง โดยเฉพาะเหล้ายี่ห้อชื่อดังๆ ซึ่งหากประชาชนซื้อดื่มอาจเป็นอันตรายกับชีวิตได้ และก่อนหน้าที่ชุดปฏิบัติการดังกล่าวจับกุมนั้นได้ส่งเจ้าหน้าที่ค้นหาข่าว พบว่าพื้นที่ของจังหวัดพัทลุงนั้น เป็นพื้นที่หนึ่งที่มีการเปิดขายทั้งบุหรี่เถื่อน และเหล้าเถื่อนทั้ง 11 อำเภอ บางอำเภอมีร้านเปิดขายมากกว่า 1 ร้านค้า และเป็นแหล่งเก็บสินค้าจำนวนมาก โดยมีเป็นโกดังเก็บ จากการบุกค้นวันนี้พบของกลางจำนวนมาก คาดว่าสินค้าทั้งบุหรี่เถื่อน และเหล้าเถื่อน สต็อกไว้ขายลูกค้าในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้
ด้าน นายก้องสกุล จันทราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง แถลงข่าวว่าการปฏิบัติการ "ดับควันเมืองโนราห์" นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครองจัดชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง นำโดยนายเรืองลักษณ์ เรืองยังมี ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการและนายอิสรา เจริญชาศรี ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการกององอาสารักษาดินแดน และนายศักดิ์ชัย โรจน์รัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง
สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มต้นมาจาก กรมการปกครอง ได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวพัทลุง ว่ามีการจำหน่ายและขนส่งบุหรี่เถื่อนเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน เพราะลูกหลานเข้าถึงได้โดยง่าย จากการสืบสวนข้อมูลเชิงลึก พบว่าจังหวัดพัทลุงคือ 1 ใน 3 อันดับแรกของเมืองหลวงบุหรี่เถื่อนของประเทศไทย โดยข้อมูลสถิติชี้ว่า กว่า 75 เปอร์เซ็นต์ หรือ 3 ใน 4 ของการบริโภคบุหรี่ในจังหวัดพัทลุง ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง จึงลงพื้นที่จังหวัดพัทลุงเพื่อทำการสืบสวน พบพฤติการณ์ ของขบวนการขายบุหรี่เถื่อนดังกล่าว เป็นการเปิดหน้าร้านขายของชำบังหน้า และลักลอบขายบุหรี่เถื่อน เหล้าเถื่อนให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นผู้บริโภคบุหรี่เถื่อนโดยตรง อีกทั้งยังทำการค้าส่งบุหรี่เถื่อนให้กับเครือข่ายร้านค้าในพื้นที่อีกจำนวนหลายแห่งนอกจากนี้ยังมีการกระจายสินค้าบุหรี่เถื่อนไปยังลูกค้าทั่วประเทศ โดยขายผ่านช่องทางออนไลน์ และส่งสินค้าผ่านทางบริษัทขนส่งเอกชน
โดย เจ้าหน้าที่ปูพรมเมืองพัทลุง บุกจับร้านและขบวนการลักลอบขนส่งบุหรี่เถื่อน ทั้งหมด 6 จุด ได้แก่ร้านขายบุหรี่เถื่อน จำนวน 3 จุด โกดังเก็บบุหรี่เถื่อน จำนวน 3 จุด จากการจับกุมตรวจพบของกลางเป็นบุหรี่เถื่อน จำนวนกว่า 400 ลัง สุราเถื่อน จำนวนกว่า 50 ลัง โดยจับกุมผู้กระทำความผิดได้ 7 คน ทั้งนี้คาดว่าของกลางจำนวนดังกล่าว สร้างความเสียหายมากกว่า 200 ล้านบาท จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐานมีไว้ในครอบครอง ซึ่งสินค้าที่เป็นสินค้าที่มิได้เสียภาษี หรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน ขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าที่เป็นสินค้าที่มิได้เสียภาษี หรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน นำเข้ามาหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร
ซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของออกไปจากยานพาหนะ คลังสินค้าทัณฑ์บน โรงพักสินค้า ที่มั่นคง ท่าเรือรับอนุญาต หรือเขตปลอดอากร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานศุลกากร ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตน ชุดจับกุมได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทลุง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และเร่งขยายผลเพื่อหาเครือข่ายดังกล่าว มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป