ผู้นำชุมชน- ชาวชุมพรร้อง ข้องใจชลประทานสร้างฝายน้ำล้นงบกว่า 35 ล้าน ทำเสร็จเกือบปีแต่ไม่ได้ใช้น้ำ

ภูมิภาค19 ธ.ค. 2564 • 19:09 น.
  ผู้นำชุมชน- ชาวชุมพรร้อง ข้องใจชลประทานสร้างฝายน้ำล้นงบกว่า 35 ล้าน ทำเสร็จเกือบปีแต่ไม่ได้ใช้น้ำ
เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.64 นายอัศม์เดช ทวีสุข อายุ 50 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 19 นายสุวารินทร์ ละลา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 16 ตำบลละแม อ.ละแม จ.ชุมพร และน.ส.เฉลียว ไอยรากาญจนศักดิ์ อายุ 40 ปี สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลละแม(ส.อบต.ละแม) พร้อมด้วยตัวแทนชาวบ้านจำนวน 2 ตำบลคือ ตำบลละแม และตำบลทุ่งคาวัด 3 หมู่บ้าน รวมกว่า 30 คน พาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ “ฝายบ้านทรัพย์ทวี” พร้อมระบบส่งน้ำ ตั้งอยู่กลางคลองละแม ซึ่งเป็นคลองต้นน้ำจากน้ำตกจำปูน รอยต่อระหว่างหมู่ 8 ตำบลทุ่งคาวัดและ หมู่ 19 ตำบลละแม เป็นโครงการชลประทานฯ โดยใช้งบประมาณปี 2563 กว่า 35 ล้านบาท แต่ภายหลังสร้างเสร็จเมื่อปลายปี 2564 หรือเกือบ 1 ปี จากการสำรวจพบว่าโครงสร้างของฝายกำแพงปูนมีสภาพแตกร้าวเริ่มชำรุดเสียหายหลายจุด และประตูเปิดปิดแบบใช้มือหมุนทั้งสองด้านก็ชำรุดเสียหายเช่นกัน ชาวบ้านไม่สามารถใช้ประโยชน์จากฝายดังกล่าวได้ ซ้ำชาวบ้านที่เป็นเกษตรกรยังได้รับผลกระทบจากปัญหาการก่อสร้างการพังทลายของหน้าดินใกล้กับฝาย แต่ไม่ได้รับการแก้ไขจากหน่วยงานรัฐแต่อย่างใด โดยนายอัศม์เดช ทวีสุข อายุ 50 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 19 ตำบลละแม อ.ละแม จ.ชุมพร กล่าวว่า ปัญหาที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบหลังจากสร้างฝายน้ำล้นทั้งหมดมี 3 หมู่บ้าน 2 ตำบลคือ ตำบลละแม และตำบลทุ่งคาวัด ปัญหาต่างกันแต่หน่วยงานรับผิดชอบไม่ได้ทำตามข้อตกลงที่ทำไว้กับชาวบ้านได้เช่น บริเวณหน้าฝายก็ไม่ได้เทคอนกรีตป้องกันดินทลาย สภาพถนนริมฝายเป็นหลุมเป็นบ่อสภาพเดินทางสัญจรผ่านยากลำบากหลังจากทำฝายเสร็จหน่วยงานไม่เคยใส่ใจเลย หรือเปลี่ยนท่อบล็อกแต่ก็ไม่มีการแก้ไขให้ และเสาไฟฟ้าตามแนวถนนให้เปลี่ยนจากเสาไม้เป็นเสาปูนเหมือนเดิมที่ชาวบ้านทำไว้ ปัจจุบันมีสายไฟห้อยระเกะระกะบ้างก็ย่อนยานถึงพื้นดินเกรงได้รับอันตราย ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวอีกว่า นอกเหนือจากปัญหาการสร้างฝายที่เกิดความชำรุดและอื่นๆเสียหายแล้ว มีนายประสิทธิ์ ศรีทันเดช อายุ 48 ปีชาวบ้านหมู่ 8 ตำบลทุ่งคาวัด อาชีพเกษตรกร หลังสร้างฝายเกิดปัญหาน้ำท่วมสวนปาล์มน้ำมันเสียหายทั้งหมด 5 ไร่ ทั้งนี้ทั้งนั้นยังมีเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรอีกหลายรายที่อยู่ใกล้กับฝายดังกล่าว ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวต่ออีกว่า โครงการดังกล่าวซึ่งใช้งบประมาณกว่า 35 ล้านบาท ชาวบ้านตั้งคำถามไปถึงหน่วยงานว่า “ทำไมถึงไม่ได้ใช้น้ำ” โดยมีราษฎรได้รับความเดือดร้อนทั้งหมด 500-700 หลังคาเรือน กว่า 2,000 คน รวมถึงโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนสิริราษฎร์ และสำนักสงฆ์แหลมเศียรด้วย จึงฝากถามว่า “งบประมาณกว่า 35 ล้านบาททำได้เท่านี้เองหรอ งบประมาณแผ่นดินเราอย่าเอามาใช้อย่างไร้ประโยชน์” ผู้ใหญ่บ้านกล่าว