สลด! อาจารย์นักดนตรีโรงแรมดังป่วยไตวาย ขายทุกอย่างส่งเสียลูกเรียน 

ภูมิภาค8 ก.ค. 2564 • 12:34 น.
สลด! อาจารย์นักดนตรีโรงแรมดังป่วยไตวาย  ขายทุกอย่างส่งเสียลูกเรียน 
      จากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ที่ยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตในแต่ละวันมากขึ้นๆ ส่งผลให้ รัฐบาล และ ศบค. มีคำสั่งปิดแคมป์คนงานก่อสร้าง รวมทั้งห้ามนั่งรับประทานอาหารในร้านเป็นเวลานาน 1 เดือน สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ที่หาเช้ากินค่ำ รวมทั้งร้านอาหารที่ทนแบกรับไม่ไหวต้องปิดกิจการ กันไปนับไม่ถ้วน โดยเฉพาะคนกลางคืน ต่างพากันตกงาน ไม่มีรายได้แม้แต่จะมาจุนเจือครอบครัว หรือรักษาตัวเมื่อติดเชื้อโควิด-19 ขณะเจ็บป่วย ทุกคนใช้ชีวิตอยู่บนเส้นด้าย ไม่รู้ว่าวันไหนจะติดเชื้อเมื่อไหร่ วันไหนจะได้กลับมาทำงาน ที่ตัวเอง ถนัดเหมือนเดิม ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายบุญถมหรืออาจารย์ลักกี้พรหมรินทร์  อายุ 63 ปี พักอยู่ห้องเช่าเลขที่ 41/378 นนท์ซิตี้คอนโด  ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี นักดนตรีชื่อดัง เล่นเปียโนและอิเล็กโทนในโรงแรมนนทบุรีพาเลซ มานานหลายสิบปี ซึ่งอาจารย์ลักกี้เอง เป็นที่รู้จักของข้าราชการ ตำรวจ ทหาร นักธุรกิจ มากหน้าหลายตาที่เวียนมาใช้บริการที่โรงแรมแห่งนี้  ไม่ว่าจะร้องเพลง ทานข้าวกับครอบครัว  ต่างพากันรู้จักฝีมือการเล่นดนตรีที่ประทับใจเป็นกันเองกับผู้มาใช้บริการของอาจารย์ลักกี้เป็นอย่างดี          โดยอาจารย์ลักกี้เองเคยไปบรรเลงดนตรีเปียโนสด ให้เจ้าสีหนุ ขับร้องเพลง เมื่อปี 29-30 ที่ค่ายทหาร อ.อรัญประเทศ และบรรเลงดนตรีเปียโนสด ให้คนสำคัญของประเทศไทยนับสิบคนร้องเพลงมาแล้ว เช่น นายกสมัคร สุนทรเวช  อดีตรัฐมนตรีว่าการศึกษาธิการ นายจาตุรงค์ ฉายแสง ,อดีตรัฐมนตรีว่าการมหาดไทย นายเสนาะ เทียนทอง, อดีตรัฐมนตรีกระทรวง พ.ม. นางปวีณา หงษ์สกุล , พล.อ.สายหยุด เกิดผล อดีต ผบ.ทบ และนายสมใจนึก เฮงตระกูล อดีตปลัดกระทรวงการคลัง และอธิบดีกรมศุลกากร จนกระทั่งมาระยะหลังร้านอาหารถูกปิดนานนับหลายเดือนทำให้อาจารย์ลักกี้ ซึ่งมีโรคประจำตัวหลายโรคโดยเฉพาะ เช่นไตวายเรื้อรัง ต้องฟอกไตอยู่เป็นประจำที่รพ.พระนั่งเกล้า ไม่สามารถหาเงินได้เนื่องจากร้านอาหารถูกปิดมายาวนาน    ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่คอนโดดังกล่าว และได้รับการเปิดเผยจากนายบุญถม หรืออาจารย์ลักกี้ ถึงเรื่องราวชีวิตที่แสนลำเค็ญว่า ตอนนี้ตนไม่สามารถเดินต่อไปได้เลยถึงทางตันจริงๆ โดยอาจารย์เล่าให้ฟังว่าตนเองล้มป่วยด้วยโรคประจำตัวหลายโรค เช่น เบาหวาน ตับแข็ง ความดัน ไตวาย ต้องเดินทางไปฟอกไตที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าเป็นประจำ ปัจจุบันมีลูกชาย คือ ด.ช.คุณากร หรือน้องเอ อายุ 13 ปี เรียนอยู่ชั้น ม.1 โรงเรียนศรีบุณยานนท์ ภรรยาตนได้ทิ้งตนและลูกไปมีสามีใหม่นานหลายปีแล้ว ตนเองต้องคอยดูแลน้องเอส่งเสียเลี้ยงดูมาตลอด มาระยะหลัง ตนไม่สามารถหาเงินได้เพราะร้านอาหารถูกปิดมานานกว่า 8 เดือนจากสถานการ์โควิด-19 ทั้งสามรอบ ทำให้ไม่มีรายได้ที่เคยหาได้จากการเล่นดนตรี เดือนละกว่า 20,000 บาท ที่เข้ามาจุนเจือครอบครัว ตอนนี้ติดค้างค่าเช่าห้องมา 5 เดือนแล้ว รวมทั้งกู้เงินหนี้นอกระบบ มาใช้จ่ายชีวิตประจำวันอีกเกือบแสนบาทตนกับลูกชายต้องต้มมาม่ากินแทบทุกวัน สงสารแต่ลูกที่ไม่มีโอกาสเหมือนคนอื่น เขา  ตนไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว นอกจากเล่นดนตรีป็นหลัก อีกทั้งร่างกายก็ล้มป่วยหลายโรค เป็นห่วงแต่ลูกชายที่กำลังเรียนอยู่ ซึ่งเขาเองเป็นนักกีฬาของโรงเรียน และเรียนดีได้เกรดเฉลี่ย 3 กว่า ถึง 4 มาตลอด ไม่อยากให้ ต้องมาหยุดเรียนกลางคันไปต่อไม่ได้ ไม่มีอนาคต    อาจารย์ลักกี้ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ตนจึงขอประกาศผ่านพี่สื่อมวลชนว่าในห้องของตน มีพระเครื่อง จำนวนมาก หากท่านใดมีจิตเมตตาอยากช่วยเหลือก็สามารถ ติดต่อมาขอเช่าพระทั้งหมดไปได้เลย ส่วนราคาก็แล้วแต่ท่านจะเมตตาช่วยเหลือตนและลูกชาย นอกจากนี้ตนเองยังมีรถเก๋ง เก่าๆคู่ชีวิตอีก 1 คัน ใช้มากว่า 30 ปีที่ใช้ขับไปทำงานทุกคืน เป็นรถเก๋งยี่ห้อ Nissan และขอขายในราคา 45,000 บาท หากท่านใด จะเมตตา ช่วยซื้อไว้เพื่อที่ตน จะได้นำเงินมาใช้หนี้ ค่าเช่าห้อง ส่วนที่เหลือก็จะไว้เป็นทุน จ่ายค่าเล่าเรียนให้กับลูกชาย  ตนเองมีสมบัติอยู่เพียงเท่านี้ จึงขอประกาศขายทุกอย่างที่มี รวมทั้งพระเครื่องต่างๆ เพื่อนำเงินที่ได้มาประทังชีวิตและส่งเสียลูกชาย ให้ได้เรียนต่อไป