ศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ยืนประหารชีวิตชาวเมียนมาข่มขืนนักท่องเที่ยวเกาะเต่า

ภูมิภาค29 ส.ค. 2562 • 15:29 น.
ศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ยืนประหารชีวิตชาวเมียนมาข่มขืนนักท่องเที่ยวเกาะเต่า
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 ส.ค.62 ที่ชั้น 2 ห้องสืบพยานเด็ก ศาลจังหวัดนนทบุรี ได้มีการอ่านคำพิพากษา คดีฆ่า”หนุ่ม-สาว” นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่บริเวณหาดทรายรี หมู่ 1 ต.เกาะเต่า อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี หลังศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ มีคำพิพากษาประหารชีวิตนายซอลินและนายเวพิว นักโทษชายที่ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวาง จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวทั้งสองคนมาฟังคำพิพากษาผ่านวีดีโอคอนเฟอร์เร้นท์จากศาลอาญา ขั้น 6 กรุงเทพ ซึ่งในวันนี้ไม่มีญาติของนักโทษชายชาวเมียนนมาร์รวมทั้งญาติของผู้เสียชีวิตมาฟังคำพิพากษาแต่อย่างใดมีเพียงตัวแทนและล่ามจากสถนทูตประเทศพม่ามาฟังคำอ่านคำพิพากษาในวันนี้เท่านั้น ซึ่งหลังอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้นจะนำคำพิพากษาในวันนี้ส่งศาลจังหวัดเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยนายซอลิน หรือ โซเรน สัญชาติเมียนมา จำเลยที่ 1 และ นายเวพิว หรือ วิน สัญชาติเมียนมา จำเลยที่ 2 ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวาง ซึ่งถูกเบิกตัวไปฟังคำพิพากษาที่ศาลจังหวัดนนทบุรี ได้ลงมาจากรถตู้สีขาว แล้วถูกคุมตัวขึ้นไปยังชั้น 2 ห้องสืบพยานเด็ก ศาลจังหวัดนนทบุรี โดยสำนักงานศาลยุติธรรมจัดล่ามเเปลเป็นภาษาเมียนมาผ่านวีดีโอคอนเฟอเรนซ์จากชั้น 6 อาคารศาลอาญา ให้จำเลยที่ศาลจังหวัดนนทบุรี ได้ฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ซึ่งการอ่านคำพิพากษาในวันนี้ต้องแปลคำอ่านแต่ละคำด้วยความละเอียดให้กับล่ามที่เป็นตัวแทนคาดว่าต้องใช้เวลาในการอ่านและแปลนานนับสิบชั่วโมงเลยทีเดียว สำหรับการอ่านคำพิพากษาครั้งนี้ ศาลอาญากรุงเทพ ได้อ่านให้จำเลยฟังที่ศาลจังหวัดนนทบุรี ไม่ได้เบิกตัวมาที่ศาลจังหวัดเกาะสมุย เนื่องจากจำเลยถูกขังอยู่ที่เรือนจำบางขวาง จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นเรือนจำที่มีความมั่นคงสูง ยากต่อการคุมตัวไปฟังที่ศาลจังหวัดเกาะสมุย ซึ่งจำเลยทั้งสองถูกศาลชั้นต้นแลอุทรณ์พิพากษาประหารชีวิตซึ่งเป็นโทษสูงสุด สำหรับเหตุการณ์ฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2557 เวลา 08.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำเกาะเต่า สภ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งพบศพนักท่องเที่ยว ชาย-หญิง ถูกฆาตกรรม บริเวณหาดทรายรี ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี สำหรับผู้ตายคือ น.ส.ฮานนาห์ วิทเธอริดจ์ อายุ 23 ปี และ นายเดวิด มิลเลอร์ อายุ 24 ปี นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ หลังจากอ่านคำพิพกษา “ ยืนตามศาลชั้นต้นและอุทรณ์ ประหารชีวิตสองนักโทษชาวเมียนมาร์ “ นายนคร ชมพูชาติ ประธานคณะทนายความและประธานกรรมการสิทธิมนุษยชน สภาทนายความ ในฐานนะทนายความร่วมฟังการตัดสิน เปิดเผยว่า ในขบวนการพิจารณาของศาลผู้ต้องหาทั้ง 2 คนไม่เคยรับ ปฎิเสธมาตลอด แต่พนักงานสอบสวนอ้างว่าเขารับสารภาพ ทนายติดใจในเรื่องที่ศาลอ้างว่าได้มาตรฐาน มาตรฐานคืออะไร มาตรฐานในการพิจารณาคดีนี้เป็นยังไง ต้องทำตามหลักสากล ไม่ว่าจะหน่วยงานไหนต้องทำเหมือนกันในเรื่องของนิติวิทยาศาสตร์ แต่ศาลอธิบายคร่าวๆต่างๆว่าน่าเชื่อถือ ผู้ต้องหาไม่เคยพูดกับตนว่ารับสารภาพ เหตุที่สภาทนายความเข้ามาเกี่ยวเรื่องนี้เพราะว่าได้ยินข่าวว่ารับสารภาพ เราก็สงสัยว่าสมัครใจหรือเปล่า เราเก็บข้อมูลแล้วเขาก็ปฎิเสธว่าไม่ได้ทำ ปฏิเสธมาทั้ง 3 ศาล ถ้าสงสัยเดี๋ยวจะไปเยี่ยมภายหลังจะสอบถามและคุยรายละเอียดต่อ ตนยังไม่ได้ถามความรู้สึกผู้ต้องหาหลังฟังคำตัดสินวันนี้ ให้ล่ามเขาคุยไปก่อน หลังจากนี้จะทูลเกล้าถวายฎีกาเป็นการช่วยเหลืออีกครั้ง แต่เรื่องจิตใจก็คงต้องอดทนไป ต้องทำใจให้ได้เพราะเขาก็เป็นชาวพุทธถูกฝึกมา ตนติดใจทางวิชาการแต่เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ ต้องชี้ให้เห็นติดใจในขบวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำกันค่อนข้างลักษณะแปลก เราก็รู้ทำกันแบบนี้แต่เรายังไปชี้อะไรไม่ได้ ก็ต้องว่ากันต่อไป