จัดนิทรรศการภาพถ่าย น้อมรำลึกในหลวงรัชกาลที่ 9 ครั้งเสด็จเยือนสตูล
ที่วัดดุลยาราม ชื่อเดิม (วัดบ้านจีน) ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 บ้านจีน ตำบลฉลุง อำเภอเมือง จังหวัดสตูล จัดนิทรรศการภาพถ่าย เพื่อน้อมรำลึกในหลวงรัชกาลที่ 9 ครั้งเสด็จ ทรงยกช่อฟ้าอุโบสถที่วัดแห่งนี้ ซึ่งมีสัญลักษณ์แห่งสถานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ 9 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ให้เยาวชนคนรุ่นหลังได้จดจำ ทางเทศบาลตำบลฉลุงได้จัดนิทรรศการแสดงภาพถ่าย รอบพระอุโบสก์ว่าครั้งหนึ่งพระองค์ท่านได้เสด็จพระราชดำเนินเมื่อวันที่ 20 เดือนกันยายน 2522 ทรงยกช่อฟ้าอุโบสถของวัดดุลยาราม
ภาพถ่ายความประทับใจ ที่เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินมาเยือน เมื่อเวลาผ่านไปนานร่วม 43 ปี ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี และพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์อัครราชกุมารี ทั้ง 4 พระองค์ ได้เสด็จถึงวัดดุลยาราม ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ 2434 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงยกช่อฟ้าอุโบสถทรงประกอบพิธีทางศาสนา เสด็จพระราชดำเนินรอบอุโบสถและส่งทักทายประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จอย่างเนืองแน่น
นางลินจง โกยะวาทิน ช่างภาพหญิงวัย 77 ปี แห่งห้องภาพนครศิลป์ ผู้บันทึกความทรงจำของจังหวัดสตูล กล่าวว่า ภาคภูมิใจมากที่ได้เป็นช่างภาพ บันทึกพระราชกรณียกิจของพระองค์ การถ่ายพระราชสำนักภาพไม่ง่ายต้องมีการกำหนดจุดยืนให้ดี เพราะไม่สามารถจะถ่ายข้ามไปมาได้ ซึ่งรู้สึกได้รับเกียรติและเมื่อมาย้อนดูวันวานชวนให้คิดถึงท่านที่เคยมาเสด็จมาสตูลในครั้งนั้น
นายไพฑูยร์ ลิ่มสกุล นายกเทศมนตรีตำบลฉลุง กล่าวว่า การจัดนิทรรศการภาพถ่ายในครั้งนี้เพื่อต้องการสื่อให้เยาวชนคนรุ่นหลังและนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมวัดดุลยาราม ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ได้ทราบว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี และพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์อัครราชกุมารี ทั้ง 4 พระองค์ ได้เสด็จถึงวัดดุลยารามจริง เพื่อประกอบพระราชกรณียกิจทรงยกช่อฟ้าอุโบสถ ซึ่งมีภาพถ่ายเป็นหลักฐานให้ได้ศึกษาและภาคภูมิใจ
สำหรับวัดดุลยาราม ชื่อเดิม วัดบ้านจีน มีพระพุทธรูปเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองคือพระพุทธรูปหลวงพ่อแก่ หรือเรียกว่า พ่อแก่ เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องปางห้ามญาติแกะสลักจากไม้ ฝีมือช่างล้านนาขนาดสูง 75 เซนติเมตร พุทธศิลป์สมัยล้านนา คล้ายพระแก่นจันทร์ซึ่งมีพระพักตร์เหมือนผู้หญิงแบบพระสมเด็จนางพญา หรือเรียกว่า พระหน้านาง สันนิษฐานว่าเป็นพระพุทธรูปประจำเรือสำเภาจีนบรรทุกสินค้า ซึ่งเดินทางข้ามทะเลกันกล่าวว่าในปีพุทธศักราช 2456 ถึง 2,479 พระพุทธรูปหลวงพ่อแก่ได้ลอยน้ำมา มีผู้นำไปถวายพระอธิการปลอด ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดฯ ความเชื่อหลวงพ่อแก่ ได้แก่ อภินิหารความศักดิ์สิทธิ์ช่วยให้พ้นจากโรคภัย และให้ประสบโชคลาภมีสวัสดีมงคลสุดแต่จะปรารถนา ได้ตามที่ต้องการประเพณีวันสงกรานต์ ทุกปีชาวพุทธในตำบลฉลุง จะประกอบพิธีสักการะหลวงพ่อแก่ โดยมีการอัญเชิญหลวงพ่อแก่ จากวิหารมาประดิษฐานไว้บนแท่นบูชา เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ส่งน้ำ