บินไทยเวียตเจ็ทประกาศขยายเส้นทางบินใหม่ 'เชียงใหม่' สู่ 'ภูเก็ต' รับภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์
วันที่ 30 สค.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางสายการบินไทยเวียตเจ็ทประกาศขยายเส้นทางบินใหม่พร้อมกลับมาให้บริการเส้นทางบินข้ามภูมิภาคภายในประเทศจากเชียงใหม่ สู่ ภูเก็ตเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในโครงการ “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox)”มอบตัวเลือกการเดินทางที่คุ้มค่าและสะดวกสบายยิ่งกว่าแก่ผู้โดยสาร ในฐานะ“สายการบินโลว์คอสต์ที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งปี 2020” (จากนิตยสาร โกลบอล บิสซิเนส เอาท์ลุคกรุงลอนดอน)เส้นทางบินใหม่จากเชียงใหม่ สู่ ภูเก็ต จะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2564หมายเลขเที่ยวบิน เส้นทางบิน ออกเดินทาง ถึงปลายทาง วันที่ทำการบินVZ414 เชียงใหม่ - ภูเก็ต 12:50 14:30 ศุกร์/อาทิตย์VZ415 ภูเก็ต - เชียงใหม่ 09:50 11:55 ศุกร์/อาทิตย์
นายอนันตชัย วัณณะพันธุ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์สายการบินไทยเวียตเจ็ท กล่าวว่า สายการบินฯ ได้ประกาศขยายเส้นทางบินใหม่ระหว่างประเทศ จากภูเก็ต สู่ สิงคโปร์และไทเป (เที่ยวบินเชื่อมต่อ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ)โดยจะเริ่มให้บริการในเดือนตุลาคมนี้ สายการบินฯคาดว่าการขยายเส้นทางบินใหม่ระหว่างประเทศจากภูเก็ตในครั้งนี้จะเป็นการเริ่มต้นที่ดีโดยจะมีส่วนอย่างมากในการสนับสนุนโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์รวมทั้งฟื้นฟูการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตให้คึกคักยิ่งขึ้นหากโครงการแซนด์บ็อกซ์ในครั้งนี้ประสบความสำเร็จสายการบินฯมีแนวโน้มจะเปิดเส้นทางบินใหม่ระหว่างประเทศจากเชียงใหม่เช่นกันเชียงใหม่ในฐานะฐานการปฏิบัติการหลักของไทยเวียตเจ็ทไทยเวียตเจ็ทให้เชียงใหม่เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการปฏิบัติการหลักที่มีความถี่ของเที่ยวบินสูงสุดในตลาดโดยเฉพาะในเส้นทางบินไป/กลับจากกรุงเทพฯเมื่อเส้นทางบินในประเทศได้รับอนุญาตและตลาดการบินมีการฟื้นตัวขึ้นแล้วนั้น สายการบินฯจะนำอากาศยานและพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินไปประจำการที่เชียงใหม่เพื่อที่จะสามารถให้บริการในเส้นทางบินเชื่อมต่อเชียงใหม่ได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในการเปิดเส้นทางบินข้ามภูมิภาคที่เชื่อมต่อระหว่างเชียงใหม่กับภูเก็ตนี้สายการบินคาดว่าจะสามารถกลับมาให้บริการผู้โดยสารได้ดียิ่งขึ้นด้วยทางเลือกการเดินทางที่เข้าถึงได้สะดวกยิ่งขึ้นแม้ท่ามกลางการระบาดของไวรัสโควิด-19ไทยเวียตเจ็ทขยายฝูงบินปัจจุบัน สายการบินฯ มีอากาศยานทั้งหมด 16 ลำ ได้แก่ อากาศยานแบบ Airbus A320-200จำนวน 10 ลำ และอากาศยานแบบ Airbus A321-200 จำนวน 6 ลำ สายการบินฯยังมีแผนขยายฝูงบินเป็นจำนวน 20 ลำ
ภายในสิ้นปีนี้ฝูงบินของไทยเวียตเจ็ทขยายขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยอากาศยานรุ่นใหม่และทันสมัยในตลอดระยะเวลากว่า 4 ปี นับตั้งแต่การให้บริการเที่ยวบินแรกเมื่อปลายปี 2559 ด้วยจำนวนอากาศยานเพียง 3 ลำเน้นย้ำความสำเร็จของสายการบินฯ ในฐานะ “สายการบินโลว์คอสต์ที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งปี 2020”(จากนิตยสาร โกลบอล บิสซิเนส เอาท์ลุค กรุงลอนดอน)ฝูงบินของไทยเวียตเจ็ทได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในฝูงบินเพื่อการพาณิชย์ที่มีอายุน้อยที่สุดและทันสมัยที่สุดของโลก แม้ว่าสายการบินฯ จะมีอายุเฉลี่ยน้อยกว่า 5 ปีก็ตามโดยมีอัตราการตรงต่อเวลา (On Time Performance - OTP) ที่ 97.29%อัตราความน่าเชื่อถือทางเทคนิค 99.73% และมีจำนวนผู้โดยสารสะสมรวมกว่า 10 ล้านคนไทยเวียตเจ็ทเปิดตัว “ฟันคอยน์ (FUN Coin)” บนโปรแกรมสมาชิกสกายฟัน (SkyFUN)ควบคู่ไปกับการขยายเครือข่ายเส้นทางบิน สายการบินฯได้เปิดตัวโปรแกรมสมาชิกอย่างเป็นทางการของสายการบินฯ ภายใต้ชื่อ “สกายฟัน (SkyFUN)”พร้อมระบบสะสมเหรียญ"ฟันคอยน์ (FUN Coin)" มอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าอีกระดับแก่ผู้โดยสารด้วยสิทธิประโยชน์พิเศษมากมายจากสายการบินฯ และพันธมิตรจากทั่วทั้งภูมิภาคเหรียญ“ฟันคอยน์” พัฒนาขึ้นโดยมุ่งยกระดับประสบการณ์แก่ผู้โดยสาร ด้วยระดับสมาชิกสามระดับได้แก่ ระดับซิลเวอร์ (Silver) ระดับโกลด์ (Gold) และระดับแพลตทินั่ม (Platinum)ซึ่งสมาชิกจะได้รับสิทธิประโยชน์แตกต่างกันตามระดับสถานะสมาชิกของตน“ฟันคอยน์” เป็นระบบสะสมเหรียญบนโปรแกรมสมาชิกสกายฟันซึ่งแตกต่างจากระบบสะสมคะแนนหรือสะสมไมล์โดยฟันคอยน์เป็นตัวแทนของเหรียญแห่งโลกอนาคต เป็นตัวกำหนดระดับสถานะของสมาชิกทั้งยังสามารถใช้แลกของรางวัลและสิทธิประโยชน์พิเศษต่าง ๆ จากสายการบินฯรวมทั้งพันธมิตรจากทั่วทั้งภูมิภาค สมาชิกสามารถรับฟันคอยน์ได้จากการชำระค่าบัตรโดยสารรวมถึงการเลือกซื้อสินค้าและบริการอื่นๆ บนเว็บไซต์ของสายการบินฯ ที่ www.vietjetair.comและบน “สกายช็อป (Sky Shop)”
ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของสายการบินฯ ที่https://skyshop.skyfun.biz นอกจากนี้ สมาชิกยังจะได้รับเหรียญโบนัสเพิ่มในโอกาสพิเศษ อาทิวันเกิด และการปรับระดับสมาชิกไทยเวียตเจ็ทและการรับมือกับสถานการณ์ในช่วงการระบาดของโควิด-19แม้จะไม่มีสายการบินใดคาดหวังให้มีการล็อกดาวน์และระงับการเดินทางทางอากาศอย่างสิ้นเชิงทว่า สายการบินไทยเวียตเจ็ทได้เตรียมพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดฝันต่าง ๆ ในเชิงรุกรวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 โดยสายการบินฯได้มีการปรับเปลี่ยนและคาดการณ์การดำเนินการล่วงหน้าให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากที่
รองผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์สายการบินไทยเวียตเจ็ท กล่าวอีกว่า สุดสายการบินฯ ให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยและสุขภาพของผู้โดยสารและพนักงานโดยมีการดำเนินการอบฆ่าเชื้อบนอากาศยาน การเว้นระยะห่างและการทำความสะอาดทุกบริเวณจุดสัมผัสของผู้โดยสารในทุกเที่ยวบินเพื่อให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางไปกับสายการบินฯ ด้วยความมั่นใจไร้กังวลในแง่การดำเนินธุรกิจ สายการบินฯได้ขยายเส้นทางบินทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศเพื่อตอบสนองความต้องการเดินทางของผู้โดยสาร ทั้งยังได้ลงทุนในการพัฒนาระบบต่าง ๆ ในเชิงดิจิทัลมากขึ้นพร้อมทั้งนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ รวมถึงบัตรโดยสารและบัตรกำนัลการเดินทางเพื่อยกระดับประสบการณ์ด้านการเดินทางของผู้โดยสารด้วยการมอบทางเลือกที่คุ้มค่ายิ่งขึ้นพร้อมทั้งควบคุมการจัดการต้นทุนที่ดีในทุก ๆ ด้านของการดำเนินงานควบคู่กับการเป็นส่วนหนึ่งร่วมกันชุมชนยิ่งไปกว่านั้น แม้ในช่วงสถานการณ์เช่นนี้ สายการบินฯยังคงรักษาสภาพการจ้างงานของพนักงานทุกคนและยังคงสรรหาบุคลากรเพื่อการพัฒนาในขั้นต่อไป ควบคู่ไปกับการวางแผนกลยุทธ์ขยายฝูงบิน และการฝึกอบรมพนักงานเป็นประจำเพื่อให้พร้อมสำหรับช่วงเวลาฟื้นฟูที่กำลังจะมาถึงปัจจุบัน สายการบินฯยังคงให้บริการเที่ยวบินขนส่งสินค้าและเที่ยวบินกึ่งพาณิชย์ระหว่างประเทศตามปกติ.